Stop the habit of wishful thinking
and start the habit of thoughtful wishes.


Monday, March 29, 2004

เดินเล่นในสวนอังกฤษ (Englisher Garten)

วันนี้เรามีแผนว่าจะไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะอิงลิช(Englisher Garten--English Garden) แต่เราตื่นสาย(เพราะเมาค้างจากคืนที่ผ่านมา) อย่างไรก็ตามเมื่อตั้งใจแล้วก็ตั้งทำให้ได้ หลังจากหม่ำมื้อเช้ามื้อใหญ่แล้วก็ออกเดินทาง.. จากที่พัก เราสามารถเดินทางโดยใช้ รถราง(Traum) รถไฟ(S-Bahn) หรือ รถไฟใต้ดิน(U-Bahn)ก็ได้ แต่เราชอบใช้รถรางเพราะว่าจากบ้านเราไปสถานนีรถรางใกล้นิดเดียว เราตั้งใจไว้ว่าจะนั่งรถรางไปต่อรถรางอีกสายซึ่งแผนการเดินทาง เราศึกษาจากแผนที่ที่ได้มาเมื่อคืนที่ร้านเหล้า (ที่นี่เค้าจะแจกแผนที่เดินรถมวลชนกันทั่วไปหมด คนส่วนใหญ่ก็มักจะใช้บริการกัน) ตามแผนในใจของเรา หลังจากลงรถรางสายแรก ก็เดินไปอีกนิดนึงก็จะเจอรถรางอีกสายนึง.. เราเดินหาป้ายรถรางสายที่ ๒ รอบบริเวณนั้น หา หา หา เดิน เดิน เดิน.. แฮ่กๆ เหนื่อยแล้ว.. ชั่วโมงนึงผ่านไป เราก็เจอจนได้.. แต่รถรางที่เราต้องการนั้นกลับกลายเป็นรถเมล์.. โอเค ไม่เป็นไรรถเมล์ก็รถเมล์.. แต่หลังจากรอๆไปซํกพัก ก็กลับมาอ่านป้ายแถวๆนั้น.. เอิ้ก อ๊ากกกก รถเมล์สายนี้เป็นสายที่วิ่งเฉพาะกลางคืน T_T ต้องกลับมาวางแผนใหม่(หรือจะกลับบ้าน?) มือก็เริ่มแข็งแล้วด้วย เราก็เลยหาร้านกาแฟในสถานนี U-Bahn ใกล้ๆ นั่งพักจิบกาแฟทำใจซักประเดี๋ยว เราถามคนในร้านว่าจะไป สวนฯ(ยังจำได้หรือเปล่าว่าเราจะไป English Garden) กว่าจะอธิบายกับเค้าได้รู้เรื่องเล่นเอาคอแห้งเลย(และกวา่เค้าจะอธิบายเรารู้เรื่องด้วย) เค้าบอกให้เรานั่งรถรางอีกสายย้อนไปต่อรถไฟใต้ดินเพื่อไปลงที่มหาวิทยาลัย(Univesität) ได้ความแล้วเราก็รีบทานกาแฟให้หมดแก้ว กล่าวขอบคุณเค้าแล้วก็ออกเดินทางต่อ

จนมาถึงที่มหา'ลัย ก็เกิดปัญหาอีกแล้ว จะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาดี ? เหอะ เหอะ หลงมาเยอะแล้ว จะคิดอะไรมากถ้าจะหลงอีก เราก็เลยเดินเลี้ยวซ้ายในทันใด ง่ำ ง่ำ เดินมาชั่วโมงนึงแล้วก็ไม่เจอสวนซะที ก็เลยเดินวนเป็นวงกลม ระหว่างทางได้เจอคนผิวขาวตัวเบ่อเริ่มกำลังทำท่าออกวิ่งอยู่หน้าตึก ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้ามีความหมายอย่างไร หรือว่าเป็นรูปปั้นของอะไร.. แต่รู้สึกแปลกๆดี ได้เจอกลุ่มตาลุงเล่นหมากรุกกันอยู่ ตัวหมากรุกที่นี่ใหญ่มากทำจากไม้ขอนขนาดรุ่นๆ หลังจากยืนเหล่ๆซักพักก็เลยแอบถ่ายรูปมาด้วย พอเค้าเห็นเราถ่ายรูปก็ทำท่าไม่พอใจแล้วก็ไล่เราไป.. รู้สึกเหมือนจะถูกด่าด้วย แต่ช่างเหอะ ฟังไม่รู้เรื่อง แถมได้รูปมาแล้วด้วย เอิ้ก เอิ้ก... หลังจากเดินวนไปวนมาอีก ครึ่งชั่วโมงก็เจอป้ายบอกทางไปสวนฯจนได้ เดินวนไปวนมาในสวน วันนี้ฝนตก กล้องก็เปียกแล้วด้วย เลยไม่ได้ถ่ายรูปที่สวนมา แต่ไม่เป็นไร เรายังอยู่ที่นี่อีกหลายปี รอวันแดดดีๆค่อยไปอีก.. คราวหน้าคงจะไม่หลงแบบนี้อีกนะ.. สวนฯเค้าใหญ่มาก เดินทั้งวันก็คงไม่รอบ ในสวนมีลานเบียร์อยู่กับเป็นกลุ่มๆ แต่ช่วงหน้าหนาวคนไม่ค่อยออกมาดื่มกันเท่าไหร่ รอให้ถึงหน้าร้อนเราจะมาลองใช้บริการร้านเบียร์แถวๆนี้บ้าง ในสวนมีรถม้าด้วย มีทางสำหรับรถม้าโดยเฉพาะ เดาว่าจะเอาไว้บริการแขกมีเงินกับเอาไว้ขนถังเบียร์ แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน วัยรุ่นที่นี่ก็มือบอนใช้ได้เหมือนกัน มีขีดเขียนทาสีไว้ตามสิ่งก่อนสร้างเต็มไปหมด ตั้งใจไว้ว่าจะหา Chinese Tower(Chinesischer Turm) ด้วย แต่สวนใหญ่มาก แถวมีมือ(ไม่)ดีมาทำให้แผนที่บอกทางในสวนใช้ไม่ได้ซะนี่ เราก็เลยไม่รู้ว่าจะไปหา Chinese Tower ได้จากที่ไหน หรือบางทีเราอาจจะไปถึงแล้วก็ได้แต่ไม่รู้ -_-" เอาเถอะ ช่างมัน เดินๆเล่นดูโลเกชั่นซํกพัก ถ้างวดหน้ามาใหม่จะได้ไม่พลาดอีก เดินในสวน ๒ สามชั่วโมงก็เดินกลับไปสถานี U-Bahn ขากลับแวะซื้อของที่ Marient Platz ด้วยนิดหน่อย ยังไม่หมดแรงซ่าส์ เลยเดินหาร้านอาหารไทยที่เคยมากินที่สถานีรถไฟหัวลำโพง(Hauptbahnhof) หาอยู่ครึ่งชั่วโมงไม่เจอก็เลยทำใจ กลับไปกินสเต็กตามเดิม ขากลับ.. มาถึงบ้านแล้ว.. ลืมกุญแจไว้ในบ้าน!!!! วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ย หลงทางมาทั้งวันเหนื่อยๆดันเข้าบ้านไม่ได้อีก ต้องรอเพื่อนๆกลับมาก่อน แต่เรารออยู่ข้างนอกบ้านไม่ไหวแล้ว หิวมาก ก็เลยไปทานข้าวเย็นที่ร้านอาหารแถวๆบ้าน แล้วก็ ดื่มเบียร์นิดหน่อย ที่ร้านมีบริกร ๒ คน(ป้าคน วัยรุ่นคน) น้องคนที่เป็นบริกรยิ้มน่ารักดีแฮะ แต่คุยกันไม่รู้เรื่องเพราะเค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ นั่งดื่มไปซักพัก เจอตาลุงคนนึงก็เลยคุยๆกัน เค้าเคยมาเที่ยวเมืองไทยด้วย เค้าจำชื่อสถานที่ที่เป็นภาษาไทยไม่ได้เลย ยกเว้น กุงเทบ, พูเกด กับ เชียงไม อ่านี่อีก เค้าติดใจคำนี้มากเลย "นีหาว" ถามเราอยู่นั่นแหละว่าหมายถึงอะไร.. คุยกันตั้งนานกว่าจะเข้าใจ.. นี๋ห่าว - Wie geht - How are you ลุงแกอายุ ๖๓ แล้ว เกษียณแล้วแต่ยังซ่าส์อยู่เลย เค้าไปเมืองไทยครั้งสุดท้ายปี คศ 1961 นานมากแล้ว แต่มีโปรแกรมว่าจะไปอีกตอนปลายๆปีนี้ หมดเบียร์แก้วที่ ๔ ก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว ร่ำลากันเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เราไม่ได้ให้ที่อยู่ติดต่อกับเค้า แต่หวังว่าคงได้เจอกันอีกที่บาร์ของร้านนี้
กลับถึงบ้านกดออด มีคนมาแล้ว เย้ อาบน้ำนอน หลับอย่างรวดเร็วด้วยความเพลียผสมกับความเมา..

0 Comments:

Post a Comment

<< Home