๒ เดือนผ่านไป
๒ เดือนครึ่ง เรามาอยู่ที่นี่ได้ ๒ เดือนครึ่งแล้ว วันแรกเราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มามิวนิค จากแสงแดดมาสู่หิมะ วันแรกๆที่เรามาถึงที่นี่ทุกอย่างมันแปลก ทุกอย่างมันใหม่ อะไรๆก็แปลกสำหรับเรา ช่วงนั้นเราค่อยข้างตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆที่ผ่านเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน.. เวลาผ่านไปซักพักสิ่งใหม่ๆเหล่านั้นเริ่มไม่ใหม่ แต่ก็ยังแปลก ช่วงนั้นเป็นช่วงแรกที่เราเริ่มคิดถึงเมืองไทย ไม่ซิ.. จริงๆต้องบอกว่าคิดถึงใครซักคนที่เมืองไทย.. ช่วงเวลาที่เราคิดถึงใครซํกคนมากๆ เวลาช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน นั่งมองเข็มวินาทีย่างเยื้องอย่างช้าๆ หนึ่งนาทีเหมือนซักสิบปี วันแต่ละวันช่างยาวนานโหดร้ายเงียบเหงา.. แต่เวลากับความเคยชินนั่นเองที่ค่อยๆดูแลเรา ช่วงเวลานั้นเราตัดสินใจไม่จมปลักกับความเหงา เราออกเที่ยวในเมืองคนเดียว ไปในอีกที่ที่เราไม่รู้จัก ไปอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ผิวพรรณหน้าตาแตกต่างไปจากเรา ผู้คนที่พูดภาษาที่เราไม่เข้าใจ เราหลงทางหลายรอบหลงทางไปไกลกว่าจะไปถึงแต่ละเป้าหมายที่วางแผนไว้ ความรู้สึกหลงทาง เป็นความรู้สึกใหม่ ทุกครั้งที่เราหลง รอบๆข้างเราจะกลายเป็นสิ่งน่าตื่นเต้น น่าสนใจ กลายเป็นสิ่งแปลกใหม่อีกครั้ง ช่วงนี้เอง เราคิดว่าชีวิตของเราที่กำลังหลงทางกำลังเริ่มเข้าที่ ความเหงาค่อยๆจางหายไป ถึงจะไม่ทั้งหมด แต่ก็ไม่มากเหมือนเก่า.. เราไปเที่ยวบ่อยขึ้น มีแผนเดินทาง(ไปหลง)ทุกอาทิตย์.. ตอนนี้เวลาผ่านไป ๒ เดือนแล้ว เราเริ่มชินกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แล้วเริ่มทำ-ทาน อาหารฝรั่งแบบฝรั่ง เราซื้อตำราทำอาหารมาเล่มนึง ก่อนจะเริ่มทำอาหาร เราจะเสียเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงสำหรับแปลภาษาเยอรมันทุกครั้งไป ช่วงแรกๆนี้เสียเงินซื้อเครื่องเทศไปหลายสิบ euro อยู่เหมือนกัน แต่เครื่องเทศพวกนี้เก็บไว้ได้นาน เราก็เลยยอมลงทุน.. วันเสาร์เราจะแบ่งเวลาไป Marient Platz (คล้ายๆสยามบ้านเรา) เดินเลือกอุปกรณ์การเขียน อุปกรณ์วาดรูป วันอาทิตย์ก็มานั่งวาดรูปให้คลายความคนึงถึง เราวาดได้แค่วันละรูป.. เราวาด Portrait ที่ดูไม่เหมือนตัวจริงเท่าไหร่ สงสัยสิบปีที่ทิ้งการวาดรูปไป มือเราจะชินกับคีย์บอร์ดมากกว่าดินสอกับพู่กันซะแล้ว.. เราวาดรูปเดิมซ้ำๆ รูปเดิมที่ไม่ว่าจะวาดกี่รอบก็ไม่เหมือนซะที.. เฮ้อ..
ผ่านไป ๒ เดือนครึ่ง หิมะละลายหมดแล้ว ต้นไม้แตกยอดอ่อน ดอกไม้บานสะพรั่งแต้มสีให้บรรยากาศสดใสยิ่งขึ้น ลานเบียร์ต่างๆเริ่มเปิดบริการอีกครั้ง เวลาปรับเข้า DST (Daylight Saving Time) พระอาทิตย์ทำงานจนถึง ๒ สามทุ่มทุกวัน ฤดูใบไม้ผลิย่างกายเค้ามาช้าๆ พร้อมๆกับทุกๆเข็มวินาทีที่เคลื่อนไป


0 Comments:
Post a Comment
<< Home