Stop the habit of wishful thinking
and start the habit of thoughtful wishes.


Tuesday, June 01, 2004

วันมะรืน

หายไปนาน ๒ อาทิตย์ ที่หายไปไม่ใช่เพราะไปเจอปัญหาชีวิต ไม่มีอารมณ์เขียน แต่เพราะช่วงนี้กลับมาติดนิยายอีกแล้ว เรื่องยาวซะด้วย ช่วงนี้กำลังอ่านสามก๊กอยู่ ใกล้จะเริ่มตั้งเป็นก๊กแล้ว เราว่าสามก๊กเป็นพงศาวดารที่ยากจะหาอ่านได้ พงศวดารระดับนี้น่าจะถือเป็นความลับของทางราชการได้เลย อ่อ เราอ่านฉบับคนขายชาติ ดาวน์โหลดมาจาก ที่นี่ แต่รู้สึกช่วง สองสามวันนี้เค้าทำ server กันอยู่อาจจะเข้าไม่ได้ แต่ถ้าอยากจะอ่านจริงๆก็ไม่ต้องกังวล เราเก็บเอาไว้ให้ ที่นี่ เหตุผลที่เราเลือกอ่านฉบับนี้เพราะว่าเค้าทำเป็นไฟล์ PDF ให้ดาวน์โหลดได้ฟรี ต้องขอบคุณเค้าจริงๆ แต่.. ขอตินิดนึง รู้สึกว่าเค้าจะไม่ได้ตรวจสอบการเว้นวรรคตอนให้ ทำให้หลายๆครั้งงง ๒ ประโยคติดกัน แต่ไปเว้นกลางประโยค แต่เอาเถอะ แหม.. เค้าทำมาให้เราขนาดนี้ ถือว่าเป็นวิทยาทานอันยิ่งใหญ่จริงๆ เมื่อวานซืนมาฝรั่งแวะมาที่บ้าน เราก็คุยกันกับเค้าว่ากำลังอ่านนิยายเรื่องสามก๊กอยู่ อ่อ ชื่อภาษาอังกฤษคือ Romance of the Tree Kingdoms บอกเผื่อเอาไว้ใครจะไปคุยกับฝรั่ง.. ชอบ "ใจกวนอู" จริงๆ อย่างตอนที่รำพึงว่า


"เงินซื้อใครได้จริงทุกสิ่งหรือ ค่าเงินซื้อได้จริงเพียงสิ่งของ
ใครยอมขายตัวให้เงินทอง เป็นผู้มองไม่เห็นความเป็นคน
ถึงกระนั้นวันนี้เท่าที่รู้ ยังมีผู้ขายตัวยอมชั่วฉล
เงินซื้อคนพ้นจากความยากจน ใครจะทนหยิ่งได้แทบไม่มี
สิ้นค้าล้นตลาดอนาถไฉน คนพอใจเป็นทาสเงินกว่าเดินหนี
โลกจึงวุ่นวายคุณธรรมถูกย่ำยี แต่กูนี้ยอมตายไม่ขายตัว.. "


คุณธรรมระดับนี้หาได้ยากยิ่งเหลือเกินในโลกปัจจุบันที่เราท่านทุกคนมีชีวิตผูกติดอยู่กับเงิน คนส่วนใหญ่ยอมขายตัวเพื่อเงินน้อยนิด ทั้งๆที่โลกเทคโนโลยีก้าวไปไกล แต่ใจคนกลับเดินถอยหลังลงคลอง.. เริ่มเครียดอีกแล้ว เปลี่ยนเรื่องดีกว่า

เมื่อวานไปดู The Day After Tomorrow มาไม่ต้องสงสัย เราฟังภาษาเยอรมันไม่ออกหรอก เราปั่นจักรยานไปดูที่โรงหนังเสียงต้นฉบับ (Soundtrack) ใกล้บ้าน ราคาตั๋วก็ 8.5 € ถ้าไปดูรอบวันเสาร์จะมีแบบฉายควบกับ ID4 ด้วย แต่ท่าทางจะไม่ไหว หนังอเมริกันจ๋า ฮีโร่ริซึ่มขนาดหนักเลย โดยรวม The Day After Tomorrow หนังสนุกดี ทำเทคนิคเนียนมาก ดูแล้วตื่นตาตื่นใจ มีปล่อยมุขฮามาเป็นระยะ แต่พอออกจากโรงหนังกลับรู้สึกสมองกลวงยังไงบอกไม่ถูก ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าหนังจะสอนอะไร ขอมาคุยเรื่องโรงหนังดีกว่า โรงหนังที่นี่ถ้าเทียบกับที่เมืองไทยแล้ว โรงหนังบ้านเราดีกว่าเยอะ ใหญ่โตมโหฬารอลังการงานสร้างมาก ราคาตั๋วก็ถูกกว่าที่นี่ค่อยข้างเยอะ แล้วที่มิวนิคเนี่ยก็ไม่ได้มีโรงหนังที่ฉายหนังเสียงต้นฉบับเยอะเหมือนเมืองไทย โรงหนังส่วนใหญ่จะฉายเสียงพากย์เยอรมันซะเกือบหมด.. ฟังไม่รู้เรื่อง.. ที่บ้านเรา ก่อนแสดงหนังจะร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีกันก่อน เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาช้านาน ส่วนที่นี่ ก่อนฉายหนัง เค้าจะหยุดโฆษณา แล้วปิดม่าน กับเสียงดนตรี ติ๊ง ติ้ง ติ่ง ติงงง แล้วถึงเปิดม่านเพื่อเริ่มฉายหนังกันต่อ.. โรงหนังที่นี่จะดีกว่าที่บ้านเราก็เพียงอย่างเดียวตรงที่ เอาเบียร์เข้าไปดื่มได้ ระหว่างดูหนังจะได้ยินเสียงก๊อกแก๊ก ขวดกระทบขวดเป็นระยะๆ อย่างเมื่อวาน คนข้างๆเราเนี่ย กลิ่น Weissbier หึ่งเลย ได้กลิ่นก็เปรี้ยวปาก เสียดายเค้าวางขวดไว้ด้านนู้น ว่าจะเนียนซะหน่อย แหะ แหะ.. ดูหนังจบ ๔ ทุ่มกว่าๆ ปั่นจักรยานกลับบ้าน อ่านสามก๊กถึงเช้า รอช่วยน้องไข่ดูพรีเซ้นเทชั่น อาบน้ำนอน หลับภายในไม่กี่วินาที

0 Comments:

Post a Comment

<< Home