ภาษาที่เราเรียน
ครั้งแรกที่เราเริ่มเปล่งเสียงได้ ทุกคนพูดภาษาเดียวกัน ภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่อง อื้อๆอ้าๆ หลังจากนั้นผ่านเวลาไปซักหนึ่งฝนเราจะเริ่มพูดคำง่ายๆได้แล้ว
แม่ พ่อ หิว อึ จะเอาๆ
แล้วเราก็เรียนรู้มากขึ้น พูดได้ซับซ้อนมากขึ้น
"ไปเที่ยวกันนะครับ หนูอยากไปเขาดิน"
หรือไม่ก็
"ผมรักคุณแม่ครับ"
หลังจากนั้นเราก็เริ่มใช้ภาษาของเราในทางที่เป็นประโยชน์มากขึ้น
"คุณแม่ครับ ถ้าผมสอบได้คะแนนดี คุณแม่ต้องซื้อหุ่นยนต์ให้ผมนะครับ"
หรือไม่ก็
"ถ้าทุกอย่างเป็นตามที่คุณพูด พรุ่งนี้คุณเช็คบัญชีคุณได้เลย"
เราเริ่มพูดภาษาที่สอง
"I'm Thai. I can speak English. I love you"
แล้วเราก็เริ่มพูดภาษาที่สาม
"Sprechen Sie Englisch? Ich auch. Ich liebe dich."
ภาษาที่สี่บ้างบางประโยค
"Je t'aime."
ภาษาที่ห้าก็ด้วย
"Te quiero"
แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราต้องระลึกถึงมีอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือ เราพูดภาษาคนรู้เรื่องหรือเปล่า เพื่อนๆคนไทยหลายๆคนที่ผมรู้จัก พูดภาษาอังกฤษได้ชัดขนาดฝรั่งแปลกใจ หรือพูดได้หลายภาษาพอๆกับ talking dict ก็เถอะนะ บางคนกลับพูดภาษาไทยไม่ชัด หรือแม้กระทั่งพูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง อันนี้สำคัญ จำไว้ว่าเวลาพูดติดต่อทั่วๆไป สารที่จะส่งสำคัญกว่าพาหนะ (ภาษา) เสมอ
สิ่งสำคัญอย่างที่สองก็คือ คุณต้องจริงใจกับคำพูดตัวเอง คำบางคำหรือประโยคบางประโยค ถ้าคุณไม่รู้สึกอย่างที่พูด จงอย่าพูดอย่ามาก อีกสองสามวันก็จะเป็นวันแห่งความรัก ถ้าคุณคิดจะบอกรักใคร ขอให้จริงใจกับคำพูดของคุณ ถ้าคุณสามารถบอกรักใครโดยไม่ต้องใช้ความกล้าหาญในการพูด ผมว่าคุณกลับไปถามความรู้สึกตัวเองก่อนพูดดีกว่า ขอให้วันแห่งเซนต์วาเลนไทน์เป็นวันแห่งความรักอันบริสุทธิ์อย่างที่มันควรเป็นเถอะ..
ขอให้มีความสุขกับคนที่คุณรักนะครับ
(แต่ถ้าไม่ มาอยู่เป็นเพื่อนผมก็ได้


0 Comments:
Post a Comment
<< Home