Stop the habit of wishful thinking
and start the habit of thoughtful wishes.


Sunday, September 23, 2007

ความสุข และ ความทุกข์

ข้าพเจ้านั่งขบคิดวิเคราะห์ในหัวข้อ ความสุข และ ความทุกข์ อยู่หลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้ามีโอกาสได้เรียนรู้จักความสุข และความทุกข์นี้ ทั้งจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้อื่นและที่ได้ประสบพบกับตัวข้าพเจ้าเอง

ความสุข และ ความทุกข์นั้น เป็นภาวะทางอารมณ์อย่างหนึ่ง ซึ่งมักจะเป็นผลจากแรงผลักดันภายนอก ผ่านกระบวนการภายใน ไม่อาจจับต้องได้ แต่สามารถรู้สึกได้ ยิ่งมีมากก็ยิ่งรู้สึกได้ง่ายขึ้น บางครั้งเราต้องใช้ความพยายามเพ่งพินิจเพื่อจะเข้าถึงสภาวะอารมณ์ของตัวเองในคราวนั้น แต่เมื่อรู้สึกแล้ว ก็ยากจะสลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปได้โดยง่าย ส่วนใหญ่เมื่อรู้สึกแล้วจะไม่สามารถหยุดความรู้สึกนั้นได้ทันทีโดยตัวของเราเองด้วยซ้ำ

ความสุข และ ความทุกข์นั้น หากเราลองพินิจดีๆ จะเห็นว่าทั้ง ความสุข และ ความทุกข์นั้น เสมือนเป็นสองด้านความรู้สึกของกระดาษชีวิตแผ่นเดียวกัน ท่านจะเห็นด้านหนึ่งได้ ก็จะต้องเสียความสามารถในการมองอีกด้าน การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์จากสุขเป็นทุกข์ ก็อาจเกิดขึ้นได้ทันทีเช่นเดียวกับการพลิกกระดาษ

ความสุข และ ทุกข์ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันเป็นการง่ายที่เราจะอยู่ร่วมกับความสุข แต่มักจะต้องอดทนอย่างยากลำบากกับความทุกข์ต่างๆนาๆที่แวะเวียนมาหาเราอย่างไม่ตั้งใจ และแน่นอน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตราบเท่าที่เรายังมีชีวิต ความสุข และ ความทุกข์ก็จะโผล่มาสวัสดีทักทายกับเราอยู่สม่ำเสมอ

ความสุขนั้น เป็นสายลมอบอุ่น พัดมาหาเราเมื่อไหร่ รอยยิ้มก็จะปะพรมบนใบหน้า ส่วนความทุกข์นั้น พัดมาทีไร คิ้วก็ขมวดผูกโบว์ ปวดหัว นอนไม่หลับกันทั้งคืน

ในช่วงเวลาของความสุข เรามักจะหลุ่มหลงกับความรู้สึกอบอุ่นนั้น พยายามจะฉกฉวยและยึดติดกับโอกาสแห่งความสุขนั้นไว้ โดยมองข้ามไปว่า สุข และ ทุกข์ นั้นเป็นของไม่แน่นอน และเป็นเพียงสภาวะชั่วครั้งคราว ผู้คนมากมายรุ่นแล้วรุ่นเล่า ต้องเสียเวลาชั่วชีวิตวิ่งไล่ตามเติมเต็มกิเลสตัณหาฉาบฉวยในใจตน เพราะความลุ่มหลงในความสุขจากการได้ครอบครอง น่าเสียดายยิ่งนัก

ความทุกข์นั้น ถึงจะอยู่ร่วมด้วยลำบาก เป็นยาขม เป็นครูโหดผู้แสนเฮี๊ยบ แต่ความทุกข์นั้นนี่แหละ ที่ให้อะไรกับเรามากมาย สอนให้เรารู้จักอดทน ให้เข้าใจชีวิต ให้รู้ความเป็นเช่นนั้น และ ธรรมชาติของสิ่งต่างๆ ความทุกข์นั้นสร้างนักคิด สอนผู้ใหญ่มามากมายนับไม่ถ้วน และอย่างที่เราพูดกัน ความทุกข์ทำให้เวลาแห่งความสุขมีคุณค่า

ข้าพเจ้าไม่มีบทสรุปใดๆในเรื่องของความสุข และ ความทุกข์ กระดาษชีวิตต้องมีสองด้านเสมอ การตะเกียกตะกายครอบครองความสุขแต่เพียงอย่างเดียวไม่อาจพาเราเข้าใกล้ชีวิตขึ้นได้ แต่ชีวิตที่มีแต่ความทุกข์เพียงอย่างเดียว ก็คงจะรุนแรงเกินกว่าที่จิตใจอันเปราะบางของมนุษย์เราจะทานทนได้

ความสุข และ ความทุกข์นั้น เป็นของมันเช่นนั้นเอง และนี่แหละ คือชีวิต

1 Comments:

Anonymous chadatip said...

ผ่านเข้ามาอ่านเรื่องความทุกข์และความสุข เห็นด้วยกับที่ว่า ความทุกข์นั้นเป็นเหมือนครู...
จะเห็นแบบนี้ได้ ต้อง"ผ่าน"มามากทั้งทุกข์และสุข และจนกระทั่งทุกวันนี้ เราก็ยังมีทั้งความทุกข์และความสุขผ่านเข้ามา
ที่แน่นอนคือ มันจะเวียนกันมาตลอดทั้งชีวิตของเรา
หากเราทำใจรับมันได้ มันก็จะไม่เป็นปัญหาว่า "ทำไมถึงต้องเกิดขึ้นกับเรา" อีกต่อไป
ทำใจยอมรับมันภายในวินาทีแรกที่รับรู้ และเริ่มหาทางแก้ปัญหาในวินาทีถัดมา และ หากมันยังหาทางออกไม่ได้ ก็อย่าจมปลักอยู่กับมัน ฝากมันไว้ที่อื่นก่อน สลับไปทำอย่างอื่นบ้าง แล้วเมื่อวนกลับมาลองใหม่ อาจจะมีทางแก้รอเราอยู่แล้ว เพราะบางอย่างต้องใช้ความพยายาม แต่บางอย่างแก้ไขได้ ก็ต่อเมื่อถึงเวลาของมันเท่านั้น

ขอบคุณคนเขียนบทความดีดีบทนี้ด้วย :)

4:27 PM, October 15, 2007  

Post a Comment

<< Home