Stop the habit of wishful thinking
and start the habit of thoughtful wishes.


Tuesday, April 06, 2004

หยุดยาว

ช่วงเดือนเมษาฯ เป็นช่วงวันหยุดยาว (ของคนไทย) ทั้งวันจักรีฯ วันสงกรานต์บานตะไท หยุดอะไรกันมากมาย บางคนก็ลากลาพักร้อนมารวมเข้าไปด้วยกัน จะได้วันหยุดยาวสำหรับเที่ยวทั่วไทย ไปมันตั้งแต่เหนือจดท้าย หรือไม่ก็เมาจนเป็นตับแข็งอยู่ที่บ้าน ที่เยอรมันเองวีคเอ็นด์ที่จะถึงนี้ก็หยุดยาว ๔ วัน ตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันจันทร์ เพื่อนๆฝรั่งมีแผนจะไปเที่ยวนู่นเที่ยวนี่กัน เพื่อนๆคนไทยบางคนก็มีแผนของเค้า ส่วนตัวเราเองคงจะไม่ไปไหน จะใช้เวลาสี่วันนั่งเหม่อปล่อยความคิดให้ลอยไปเรื่อยเปื่อยดูซักครั้ง อย่างไรก็ตามเราต้องไม่ลืมจะที่กักตุนเสบียงไว้สำหรับหยุดยาว เพราะช่วงวันหยุดจะหาอะไรทานยากมาก วันอาทิตย์ปกติร้านก็ไม่เปิดอยู่แล้ว นี่หยุดยาวคาดว่าร้านรวงคงจะพากันปิดหนีไปอยู่กับครอบครัวกันหมด เราคนตัวเปล่า ก็คงจะได้นั่งต้มมาม่าทานอยู่คนเดียว (มาม่าไม่ใช่อาหารหลักของผมนะครับ) วันนี้แวะไปร้านแขก เจอมาม่ารสต้มยำกุ้งด้วย จากเมืองไทยเลย ขายแพ๊คสี่ซอง ตกซองละ ครึ่งออยโร (ประมาณ ๒๕ บาท) ถูกดีจัง เดี๋ยวพรุ่งนี้มาซื้อไปตุนไว้ดีกว่า.. ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ตกๆหยุดๆมาตั้งแต่คืนวันอาทิตย์แล้ว วันนี้ก็มีลูกเห็บ (หมายถึงฝนน้ำแข็ง ไม่ใช่ลูกของตัวเห็บ) ตกลงมาดังก๊อกแก๊กๆ หงุดหงิดเรื่องงานพอดี เลยออกไปปั้นลูกเห็บเป็นก้อน ปากระจกห้องเจ้านายเล่นซะเลย.. หลังจากลูกเห็บก็มีพายุหิมะขนาดเล็กๆผ่านเข้ามา แต่ไม่ได้จับเป็นก้อนเหมือนหน้าหนาว หิมะพอหยุดตกก็ละลายหมดอย่างรวดเร็ว.. มื้อเย็นกลับบ้าน ไม่รู้จะทำอะไรกินดี ไม่อยากทานสลัดแล้ว เบื่อ ตอกไข่สองฟองคลุกกับแตง (คล้ายๆแตงกวา) แล้วก็มะเขือเทศ ทอดกับเนย ใส่ ซอสแม๊กกี้ และน้ำตาลทราย เสร็จแล้ว สีสันดูน่าสนใจ แต่รสชาติไม่ได้เรื่องเลย T_T ทานได้ ๒ คำ.. ทิ้งดีกว่า.. เปิดปลาทูน่ากระป๋องมาทานกลับน้ำผลไม้ (รสชาติคล้ายไวน์แดง) นั่งเขียนเวบแก้กลุ้ม..


รูปประกอบรูปนี้ ขอเลือกเพื่อไว้อาลัยให้กับบุหรี่ที่เราพยายามจะเลิกมาหลายครั้งหลายคลา ขอให้รูปนี้ เป็นรูปสุดท้ายที่มีบุหรี่เรารวมอยู่ด้วย
ปล. อยากไปงานสัปดาห์หนังสือ
ปล๒. อยากอ่านเพชรพระอุมาอีกรอบ
ปล๓. อยากกลับเมืองไทย
ปล๔. อยากเจอหนึง
ปล๕. เฮ้อ.. ชีวิต
ปลสท. ขอประเทศเราสงบสุข (ซะที)

Monday, April 05, 2004

๒ เดือนผ่านไป

๒ เดือนครึ่ง เรามาอยู่ที่นี่ได้ ๒ เดือนครึ่งแล้ว วันแรกเราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มามิวนิค จากแสงแดดมาสู่หิมะ วันแรกๆที่เรามาถึงที่นี่ทุกอย่างมันแปลก ทุกอย่างมันใหม่ อะไรๆก็แปลกสำหรับเรา ช่วงนั้นเราค่อยข้างตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆที่ผ่านเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน.. เวลาผ่านไปซักพักสิ่งใหม่ๆเหล่านั้นเริ่มไม่ใหม่ แต่ก็ยังแปลก ช่วงนั้นเป็นช่วงแรกที่เราเริ่มคิดถึงเมืองไทย ไม่ซิ.. จริงๆต้องบอกว่าคิดถึงใครซักคนที่เมืองไทย.. ช่วงเวลาที่เราคิดถึงใครซํกคนมากๆ เวลาช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน นั่งมองเข็มวินาทีย่างเยื้องอย่างช้าๆ หนึ่งนาทีเหมือนซักสิบปี วันแต่ละวันช่างยาวนานโหดร้ายเงียบเหงา.. แต่เวลากับความเคยชินนั่นเองที่ค่อยๆดูแลเรา ช่วงเวลานั้นเราตัดสินใจไม่จมปลักกับความเหงา เราออกเที่ยวในเมืองคนเดียว ไปในอีกที่ที่เราไม่รู้จัก ไปอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ผิวพรรณหน้าตาแตกต่างไปจากเรา ผู้คนที่พูดภาษาที่เราไม่เข้าใจ เราหลงทางหลายรอบหลงทางไปไกลกว่าจะไปถึงแต่ละเป้าหมายที่วางแผนไว้ ความรู้สึกหลงทาง เป็นความรู้สึกใหม่ ทุกครั้งที่เราหลง รอบๆข้างเราจะกลายเป็นสิ่งน่าตื่นเต้น น่าสนใจ กลายเป็นสิ่งแปลกใหม่อีกครั้ง ช่วงนี้เอง เราคิดว่าชีวิตของเราที่กำลังหลงทางกำลังเริ่มเข้าที่ ความเหงาค่อยๆจางหายไป ถึงจะไม่ทั้งหมด แต่ก็ไม่มากเหมือนเก่า.. เราไปเที่ยวบ่อยขึ้น มีแผนเดินทาง(ไปหลง)ทุกอาทิตย์.. ตอนนี้เวลาผ่านไป ๒ เดือนแล้ว เราเริ่มชินกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แล้วเริ่มทำ-ทาน อาหารฝรั่งแบบฝรั่ง เราซื้อตำราทำอาหารมาเล่มนึง ก่อนจะเริ่มทำอาหาร เราจะเสียเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงสำหรับแปลภาษาเยอรมันทุกครั้งไป ช่วงแรกๆนี้เสียเงินซื้อเครื่องเทศไปหลายสิบ euro อยู่เหมือนกัน แต่เครื่องเทศพวกนี้เก็บไว้ได้นาน เราก็เลยยอมลงทุน.. วันเสาร์เราจะแบ่งเวลาไป Marient Platz (คล้ายๆสยามบ้านเรา) เดินเลือกอุปกรณ์การเขียน อุปกรณ์วาดรูป วันอาทิตย์ก็มานั่งวาดรูปให้คลายความคนึงถึง เราวาดได้แค่วันละรูป.. เราวาด Portrait ที่ดูไม่เหมือนตัวจริงเท่าไหร่ สงสัยสิบปีที่ทิ้งการวาดรูปไป มือเราจะชินกับคีย์บอร์ดมากกว่าดินสอกับพู่กันซะแล้ว.. เราวาดรูปเดิมซ้ำๆ รูปเดิมที่ไม่ว่าจะวาดกี่รอบก็ไม่เหมือนซะที.. เฮ้อ..

ผ่านไป ๒ เดือนครึ่ง หิมะละลายหมดแล้ว ต้นไม้แตกยอดอ่อน ดอกไม้บานสะพรั่งแต้มสีให้บรรยากาศสดใสยิ่งขึ้น ลานเบียร์ต่างๆเริ่มเปิดบริการอีกครั้ง เวลาปรับเข้า DST (Daylight Saving Time) พระอาทิตย์ทำงานจนถึง ๒ สามทุ่มทุกวัน ฤดูใบไม้ผลิย่างกายเค้ามาช้าๆ พร้อมๆกับทุกๆเข็มวินาทีที่เคลื่อนไป