Stop the habit of wishful thinking
and start the habit of thoughtful wishes.


Tuesday, August 31, 2004

Happy Birthday

play ขอให้คนที่เกิดวันนี้ มีความสุขมากๆ

Monday, August 30, 2004

MSN Display Name

วันนี้คนในลิสต์เราออนไลน์เยอะจนทะลุสถิติมาที่ ๖๐ คน ลิสต์ยาวเป็นพรืดดดูแล้วงงตึ๊บ เราเลยพยายามจัดกลุ่มดู สร้างกลุ่มมากลุ่มนึง ลากไอ้คนนู้นคนนี้ไปวาง สร้างเพิ่มมาอีกกลุ่ม ลากตานี่ยายนั่นไปวาง ลากไปหลายสิบคนได้ แต่ละคนใช้ชื่อแปลกๆทั้งนั้น บางคนตั้งชื่อ MSN ขนาดที่ถ้าแฟนมาเห็นคงหลอมละลาย.. เลยพยายามรวบรวมเชื่อแต่ละชื่อมาแยกประเภทดู.. ลองดูแต่ละประเภทนะครับ (ขออนุญาตเพื่อนๆมา ณ ที่นี่ด้วย)

1) ตั้งชื่อเพื่อบอกชื่อ.. กลุ่มนี้จะไม่ค่อยเปลี่ยนชื่อ..
(o)KitShung นี่พี่ "กิจ" ถึงไม่มีญาติฝ่ายไหนเป็นญี่ปุ่นแต่อยากให้คนรอเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่น รายนี้ไม่เคยเปลี่ยนชื่อเลย
อีกคนก็ ^Arm_mrA^ ไม่เคยเปลี่ยนชื่อเหมือนกัน เพื่อรๆเรียก "อาร์ม" แต่ตั้งชื่อเอ็มฯเป็น "อารม์" (Mra ออกเสียงว่า...)

2) ตั้งชื่อเพื่อบอกพลัง.. กลุ่มนี้จะมีการเปลี่ยนชื่อบ้างเป็นบางครั้ง แต่ชื่อจะบอกถึงพลังที่ครอบครองอยู่เสมอ
#bash: \> - γδωφbφn แสดงถึงพลัง # แปลเป็นภาษาคนคือ superuser หรือ god ในระบบ Unix แถมแหม มีพลัง γδωφbφn แถมมาด้วย จะไปฆ่าลูกอ๊อดที่ไหนเหรอครับ หุหุ
คู่หูของคนข้างบนก็ต้องนาย --- Intractable Problem --- รายนี้บ้าไม่แพ้กัน ตั้งชื่อตัวเองเป็นคนที่ไม่มีใครจัดการควบคุมได้ แต่เจอผู้หญิงสวยๆทีไรเป็นต้องอ่อนระทวย

3) กลุ่มใช้ชื่อแสดงความคิกขุ.. กลุ่มนี้จะตั้งชื่อเป็นตัวอักษรน่ารักๆ เหมาะสมกับหน้าตาบ้างไม่เหมาะสมบ้าง บางคนหน้ายังก่ะมหาโจร ดันตั้งชื่อซะยังกับเด็กอนุบาล กรูจะบร้าตาย
()"""()
("( 'o' )")
(") (") (*)dear
ยายคนนี้คุยทีนึงพิมพ์มาข้อความสั้นๆตลอด แต่เสียไป ๓ บรรทัดกับชื่อคิกขุของเค้าทุกที แล้วไม่เคยเปลี่ยนเลยด้วย เฮ้อ..
.สู้..^_^..สู้. รายนี้อายุพ้นเลขสามไปนานแล้ว ดูตั้งชื่อ แหม มียิ้มทำตาคิกขุอีก ไม่เข้ากับวัยเล้ยย
- 'o'- PockY -'o'- นี่ก็อีกคน ตั้งชื่อต้องทำหน้าแมวด้วย กับรายนี้คำว่าอ้วนถือเป็นคำหยาบอย่าไปเรียกเค้า "ยายอ้วน" เชียวนะ

4) ตั้งชื่อบอกอารมณ์.. กลุ่มนี้ ถ้าอารมณ์ดี เห็นชื่อก็น่าคุยด้วย แต่ถ้าอารมณ์พี่ท่านไม่ดีเมื่อไหร่แค่เห็นชื่อก็ต้องถอยแล้ว
เหนื่อยใจกะโปรเจคจัง!!!! ท่าทางจะเหนื่อยกับโปรเจ็คจริงๆ สู้ๆนะครับ โปรเจ็คเป็นแค่ประตูนรก จบออกมาจะได้เจอนรกของจริง
MOO:: เซงเหี่ย check mail ไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย อย่านะเมิง กรูเช็คเมล์ไม่ได้ มากวนเดี๋ยวจับกินซะเลย.. ดุชิบ สมัยเด็กๆที่บ้านให้หม่ำน้ำข้าวแหง
ModDeang:ความสุข ความรัก ไม่มีตัวตน ไม่มีข้อสงสัย โถดูชื่อพี่เค้า.. พี่ครับ อย่าคิดมากเลยครับ ๓๕ มันก็ตัวเลข คิดซะว่าเป็นน้ำหนักก็ได้ครับพี่

5) ตั้งชื่อด่ากัน..
ไปที่ชอบๆ นะป๊อก (ชื่อไอ้เห้เซี๊ยะ)
ไปสู่สุขคติเถอะนะป๋าเซี๊ยะ (ชื่อไอ้เห้ป๊อก) โถ.. ไอ้บ้า เมิง ๒ คนนั่งโต๊ะ ติดกันยังจะด่ากันทาง MSN โชว์ชาวบ้านอีก

6) ตั้งชื่อจีบกัน..
O_PONG : ขามแก้ว...รักเธอคนเดียว...ที่สุดในหัวใจ... เฮ้อ.. เห็นชื่อมันแล้วก็ อะไรมันจะหวานกันขนาดนั้นว๊า.. ที่เขียนเรื่องนี้ก็เพราะมันนี่แหละ..

ชักยาวแฮะ.. จริงๆแล้วยังมีอีกหลายกลุ่ม บางคนก็ตั้งชื่อโปรโมทสินเค้า (เช่นผมเป็นต้น) บางคนก็ตั้งชื่อแสดงจุดยืนทางการเมือง บ้างก็บอกสิ่งที่อยากได้ หนักๆก็มีตั้งชื่อด้วยภาษาที่ตัวเองอ่านไม่ออก เป็นภาษาญี่ปุ่นบ้าง ภาษาเยอรมันบ้างหน้าตาก็ไท๊ไทยไม่รู้ไปมีญาติอยู่ ตปท ตั้งแต่เมื่อไหร่.. ยังไงผมพอก่อนดีกว่า ยาวกว่านี้กลัวพระบาทจะมาฟาดพระโอฐ


แถมบทสนทนาเสี่ยวๆ สงเคราะห์โดย fwd mail ของหนึง
ช-เหนื่อยมั้ยที่มาเดินเล่นในใจผม
ญ-แหวะ น้ำเน่าวะ
ช-ถึงน้ำเน่าแต่ยังเห็นเงาจันทร์นะ
ญ-กำ เสี่ยวแดก
ช-เสี่ยวนักเพราะรักเธอ
ญ-กำx2 นี่เทอเบลอป่าวเนี่ย
ช-เบลอว่ารักแถบ-แบบว่ารักเธอ
ญ-กำกำกำกำกำ

Sunday, August 29, 2004

The bedroom, Munich 2004

อยู่มาเป็นปี ไม่เคยโพสต์รูปในห้องเลย.. วันนี้ขอโชว์ซักนิด


สถานที่แห่งการหลับฝัน
เหนื่อยล้าหนักหนามาจากงาน จากชีวิตประจำวัน
ขอเพียงให้ได้กลับมาพักกายสงบใจ ณ ที่แห่งนี้..



รูปห้องนอน สำหรับห้องนอน เพื่อบรรยากาศแสนสงบ



๒ รูปแรกเราถ่ายไปนานพอควร.. วันนี้ถือโอกาสฉลองโต๊ะใหม่ที่รับบริจาคมาจากเพื่อนของเพื่อนที่แสนใจดี
(ให้โต๊ะมา ก็ไม่บอกวิธีประกอบ เสียเวลาไปนานเหมือนกัน)


ห้องนอนคือห้องพักผ่อน ห้องแห่งความสงบ
แค่โต๊ะทำงานตัวเดียวก็มากเกินพอสำหรับความวุ่นวาย



ตอนแรกก็ว่าห้องมันกว้างดี แต่หลังจากเอาโต๊ะขนาดสี่คนหม่ำข้าวมาวาง ห้องก็เล็กถนัดตา..



ห้องนอน ไม่ต้องการสิ่งประดับสวยหรู
ไม่ต้องการเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง
ห้องนอน เป็นห้องนอน เมื่อเราได้หลับนอนผักพ่อนอย่างมีความสุข
ได้ลืมเรื่องร้ายๆ ได้พักกายให้หายเหนื่อย และตื่นขึ้นมาสู้วันใหม่ต่อไป..

ปล. ขอยืมชื่อมาจาก The bedroom, Arles 1888 ของคุณปู่แวนโก๊ะหน่อยนะครับ

๓ ทอง ๔ ทองแดง


ไม่ได้เกาะจอลุ้นนักชกหนุ่มชาวไทย เหมือนเพื่อนๆ ได้แต่กดดูข่าวกับรอดูผล และแล้วในที่สุด "มนัส บุญจำนงค์" ก็ทำได้ คว้าเหรียญทองสมแรงเชียร์ชาวไทยทุกคน หนึงบอกว่า ช่วงที่มีรายการแข่งสำคัญๆ อย่างนัดชิงเหรียญทองเนี่ย หนึงชอบมากที่ได้เห็นคนไทยทุกคนรวมใจเป็นหนึ่ง เออ คิดไปคิดมาก็จริงแฮะ พวกเราเนี่ยเป็นชนชาติที่เชียร์เก่งจริงๆ ใครทำอะไรเฮไหนเฮนั่น ได้ดูได้ลุ้นซะใจพี่ไทยถ้วนหน้า เราเองถ้าอยู่บ้านคนได้กรึ๊บหน้าจอทีวีกับแก๊งลีโอแน่ๆเลย

ตอนนั้นนักยกหญิงชาวโคราชได้เหรียญทอง ชาวโคราชภูมิใจกันมาก คราวนี้นักชกชาวราชบุรีได้เหรียญทอง เราขอเฮบ้างเน๊าะ.. เอ๊า เฮฮฮฮ

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมายุ่งมากๆกลับบ้านดึกทุกวัน ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวเลย ทั่งที่ช่วงนี้มีข่าวน่าติดตามเยอะทั้งข่าวกีฬาโอลิมปิก ทั้งข่าวเลือกทั้งผู้ว่าฯ (ในวันพรุ่งนี้แล้วด้วย) ข่าวการเมืองทักษิณ (แม้วคุมกระแป๋ง) ข่าวสารพัดข่าว.. แต่ถ้าเรามัวแต่มานั่งอ่านข่าวแล้วทำหน้าที่ของตัวเองไม่สำเร็จก็คงไม่ดีนัก ไม่เป็นไร เดี๋ยวตามอ่านสรุปข่าวรายอาทิตย์ก็ได้ เพื่อนๆคนไทยสงเคราะห์ก็มาบ่นๆมารายงานข่าวให้ฟังบ้างจะเป็นพระคุณ..

ผลกีฬาโอลิมปิก ณ ปัจจุบัน ตอนนี้ประเทศไทยเราเป็นอันดับที่ ๒๕ ด้วย จำนวนเหรียญทอง ๓ เหรียญทองแดงอีก ๔ ดูผลอย่างเป็นทางการที่นี่ครับ Medals Table

เขียน blog ไปด้วย ดูวีดีโอมนัสชกไปด้วย.. สิ่งหนึ่งที่ฝรั่งหรือชนชาติไหนก็ตามจดจำคือ "การไหว้" ของเรา ตอนที่มนัสเข้าไปไหว้พี่เลี้ยงฝ่ายคิวบาเค้าก็ทำหน้าตาแปลกๆกัน แล้วยังมีไหว้สี่ทิศ ไหว้พี่เลี้ยง ไหว้โค้ช ไหว้กรรมการ ไหว้ฯลฯ การไหว้เป็นสิ่งดีๆอีกสิ่งนึงที่เราควรทำได้อย่างไม่ต้องขัดเขิน..
นึกถึงสมัยเด็กๆ ที่บ้านสอนไว้ เป็นเด็กอย่ามือแข็ง อีกแหละ.. เราสมัยวัยรุ่นมือแข็งมากๆ aggressive สุดฤทธิ์ แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้เราเป็นเด็กดีชดเชย

ง่วงโคตร เด็กดีไปนอนดีกว่า..

Friday, August 27, 2004

ผมชื่อ... คิงคองคร๊าบ

วันนี้มาแนะนำหนังสือ.. หนังสือเกี่ยวกับเจ้าโกลเด้นฯสีเข้มกับครอบครัวของเค้า เราติดตาม(แอบอ่าน) ห้องจตุจักร ใน พันทิปดอทคอม มาเป็นเวลาช่วงนึง ในนี้มีทั้งหมา แมว (ปลา ต้นไม้ ฯลฯ แต่เรามักจะข้ามเหล่านี้ไป) ในห้องนี้มีน้องหมาโดดเด่นหลายตัว น้องแมวก็เช่นกัน ทั้งนี้นอกจากจะเพราะพ่อแม่ของเหล่าๆเค้าจะนำเสนอเก่งแล้ว ตัวลูกๆเองก็ฉลาดแสนซนปนน่ารักน่าหยิก และอาจจะน่าถีบบ้างเป็นบ้าง.. ดาราประจำห้องนั้นมีหลายคน(ตัว)หนึ่งในดาราที่แสนโดดเด่นก็คือ เจ้าคิงคอง คิงคองเป็นโกลเด้นฯผิว(ขน)เข้มที่นอกจากจะน่ารักใจดีแล้วยังฉลาดอีกด้วย แสนซนก็ไม่แพ้โกลเด้นฯหรือหมาพันธุ์ไหนๆเลย เราเองก็ชอบโกลเด้ลฯตรงความฉลาดแล้วก็ใจดีนี่แหละ มีหมาเป็นเพื่อนซักตัวเองใจดีๆน่าจะดีกว่า จะได้พาไปเที่ยวไหนต่อไหนไม่ลำบาก เจอแบบดุๆเนี่ย ไม่กล้าให้ออกจากรั้วบ้านแน่ๆ
หนังสือ "ผมชื่อ... คิงคองคร๊าบ" เขียนโดยคนใกล้ตัวคิงคองมากที่สุด.. พ่อของคิงคองนั่นเอง พ่อของคิงคองเล่าเรื่องได้สนุกและซึ้งมากไปพร้อมๆกัน (ฟังเค้ามาอีกที ) รายได้ส่วนนึงของหนังสือเล่มนี้ ไม่ได้เข้ากระเป๋าพ่อคิงคองหรือพุงคิงคองมากมายอะไร เพราะเค้าแบ่งรายได้ส่วนนึงไปดูแลน้องหมาจรจัดที่ลำบากด้วย ถ้าอยากช่วยน้องหมามากๆก็แนะนำให้ซื้อโดยตรงจากห้อง ดูข้อมูลได้จากกระทู้นี้นะครับ ผมเองก็กำลังอยู่ในช่วงกระบวนการสั่งซื้อเหมือนกัน ซื้อจากในห้อง ได้ลายเซ็นท์(ตีง)เจ้าคิงคองด้วย.. อ่อ เรื่องรายได้หลังจากหักอะไรๆทางธุรกิจและปากท้องแล้ว เค้าจะมาชี้แจงให้ฟังกันอีกทีในห้องจตุจักรนั่นแหละ..

บทสนทนาระหว่างคิงคองกับพ่อในความทรงจำของข้าพเจ้า
คิงคอง: พ่อฮับๆ หมาจรจัด หมายถึงอะไรฮับ
พ่อคิงคอง: จร หมายถึง ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ จัด หมายถึง มากๆ จรจัดหมายถึงเที่ยงเที่ยวไปมากๆไงคิงคอง
คิงคอง: ถ้างั้นพวกหมาจรจัดเค้าได้เที่ยวไปเรื่อยๆก็มีความสุขอยู่แล้ว จะไปช่วยเค้าทำไมล่ะฮับ
พ่อคิงคอง: หมาจรจัดเค้าไม่มีบ้านน่ะคิงคอง เค้าอยู่กันลำบากมาก ไม่มีคนดูแล เราต้องช่วยพวกเค้า..

คิงคอง: แล้วหนังสือเราจะขายได้ไม๊ฮับ
พ่อคิงคอง: ก็ต้องดูกันไปนะคิงคอง..
คิงคอง: พ่อฮับๆ แล้วถ้าหนังสือขายไม่ได้ล่ะฮับ
พ่อคิงคอง: พวกเราก็ต้องกลายเป็นหมาจรจัดไงล่ะคิงคอง
คิงคอง: (พ่อหาเรื่องซวยให้พวกเราซะแล้ว)


Wednesday, August 25, 2004

Teddy The CUP


miss u, CUP
- ตัวเล็ก

Monday, August 23, 2004

ภ า พ ล ว ง ต า ?

  • "ภาพลวงตา แปลตรงตัวคือ ภาพที่ลวงตา แต่ในความหมายที่เราใช้ทั่วๆไปคือ ภาพที่ลวงใจ" -MM
  • "ภาพลวงตา คือ ภาพที่เวลาเรามอง เราจะเห็นภาพผิดไปจากที่เป็นภาพนิ่งๆธรรมดา แต่เราเห็นบางส่วนเคลื่อนไหว.." -MM
  • "ภาพลวงตาบางภาพหลอกเราจาก ๒ สิ่งที่มีขนาดเท่ากันให้ดูไม่เท่ากัน" -MM
  • "ภาพลวงตา ก็คือภาพลวงตา" -MM
  • "ภาพลวงตาที่น่ากลัวที่สุด คือภาพลวงตาที่หลอกหลอนเราในใจ เป็นภาพลวงตาที่เราสร้างขึ้น เองจากที่ใดที่หนึ่งในใจเรา ตราบใดที่เรายังไม่สามารถหลุดจากภาพลวงตาทั้งหมดได้ เราก็ยังไม่เห็นโลกจริงได้.." -MM
  • "ภาพลวงตา คือ mirage ไง" -Gb20
  • "ภาพลวงตา อาจทำให้เราเสียใจ หรืออาจทำให้ดีใจ เมื่อพบว่ามันไม่มีจริง" -Cฯ
  • "ภาพลวงตา มันลางๆเลือนๆ เหมือนฝัน ฝันดีและฝันร้าย" -Sgui
  • "mirage = ภาพลวงตา" -pg386
  • "illusion never changed into something real" -Torn lyrics
  • "some illusions might change into something real" -MM

Saturday, August 21, 2004

รูปเล็กๆ แต่เหนือคำบรรยาย


รูปนี้เล็กๆ แต่เหนือคำบรรยายจริงๆ
ไม่รู้ว่ารูปจริงหรือสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี
ถ้าเป็นรูปเราว่ามันเยี่ยมมากเหนือคำบรรยายใดๆเลย

ปล. รูปจาก firstlighttravel

เงินตรา ราคา ศักดิ์ศรี คุณค่าความเป็นคน

นั่งว่างๆเหงาๆ นั่งอะไรเรื่อยเปื่อย อ่านเวบเก่าๆ อ่านข้อความเก่าๆที่คัดมาจากหนังสือที่เคยอ่าน

ถ้าใครได้อ่านสามก๊กจะรู้เลยว่าทำไม กวนอูถึงได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งความซื่อสัตย์ นอกจากความซื่อสัตย์แล้ว หลังจากกวนอูสิ้นชีวิตแล้วยังแสดงอิทธิฤทธิ์ต่างๆนา ซึ่งก็เป็นแรงกระตุ้นอย่างนึงให้เล่าปี่เกณฑ์ไพร่พลออกไปทำสงครามล้างแคนจนน้องเล็กเตียวหุยต้องตายและตัวเองก็พ่ายแพยับเยินเป็นครั้งสุดท้าย.. อยากอ่านสามก๊กอีกรอบจัง..
ข้างล่างนี้เป็นคำในความคิดของกวนอูช่วงที่ไปอาศัยอยู่กับโจโฉ.. (รู้ว่ากวนอูพูดไทยไม่เป็นแต่กลอนก็กินใจลึกใช้ได้เลยล่ะ

เงินซื้อใครได้จริงทุกสิ่งหรือ
ค่าเงินซื้อได้จริงเพียงสิ่งของ
ใครยอมขายตัวให้เงินทอง
เป็นผู้มองไม่เห็นความเป็นคน
ถึงกระนั้นวันนี้เท่าที่รู้
ยังมีผู้ขายตัวยอมชั่วฉล
เงินซื้อคนพ้นจากความยากจน
ใครจะทนหยิ่งได้แทบไม่มี
สิ้นค้าล้นตลาดอนาถไฉน
คนพอใจเป็นทาสเงินกว่าเดินหนี
โลกจึงวุ่นวายคุณธรรมถูกย่ำยี
แต่กูนี้ยอมตายไม่ขายตัว..
" กวนอู

ยังมีคนแบบกวนอูเหลืออยู่หรือเปล่านะ.. เราว่า ทั่วๆไปก็ (เราก็อยู่ในกลุ่มนี้)

ถึงเอาเงินมาฟาดหัว ข้าไม่สน
ถึงเอาเงินมากองล้น...ข้าไม่แล
ถึงเอาเงินมาโปรยตรงหน้า...ข้าไม่แยแส
แต่ถ้าเงินมันมากพอ.....ข้าก็จะเอา


กรณีที่เจอบ่อยมากก็กลุ่มนี้

ใช่ครับพี่ ดีครับท่าน ทันครับผม เหมาะสมครับเจ้านาย


ปล.รูปกวนอูจาก tourthai ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ถ่ายมา ยังไงก็ขออนุญาตนะครับ

Friday, August 20, 2004

โลกมันกล้มกลมเน๊าะ..

งานแต่งพี่พ้งผ่านไปจะครับ ๒ อาทิตย์แล้ว อัลบั้มรูปก็ทำเสร็จแล้ว อยู่นี่ --- Anne + Pong --- น่ารักน่าชังเชียว แบ่งเป็นอัลบั้มตามกลุ่มเพื่อน ๕ กลุ่ม กับอื่นๆอีก ๑ ชุด ถ้าเราไปงานนี้ คงมีรูปเรากับหนึงอยู่ในอัลบั้ม "algorithms" ครั้งแรกที่พี่พ้งบอก เราก็ดูผ่านๆเพราะตอนนั้นทำงานอยู่ วันนี้ว่างๆ เลยมาเปิดดูอีกรอบ.. หมดอัลบั้ม algorithms แล้วก็เลยเปิดเข้าไปดูรูปเพื่อนกลุ่มอื่นของคู่บ่าวสาว เปิดไป datamat เจอรูปแรกเลย ขนาดย่อเล็กๆยังรู้สึกคุ้นๆหน้า แหม พอขยายเท่านั้นแหละ โลกกลมจริงๆ.. นี่คิดไปถึงว่า ถ้าเราได้ไปงานนี้กับหนึง จับเด็กห้าวอย่างหนึงมาแต่งหญิง แล้วเค้ากับเพื่อนไปเจอกันที่งาน คงได้มีเรื่องมาคุยอีกยาว..

นี่คือรูปที่กล่าวถึง


นี่ถ้าเราจะเพื่อนเก่าที่มิวนิคคงได้ฝอยกันเสียงดังฝรั่งงงไปเลย..

Thursday, August 19, 2004

ศธ.เสนอตั้งทูตการศึกษา หวั่นเด็กฆ่าตัวตายเมืองนอก

หัวข้อข่าว.. ศธ.เสนอตั้งทูตการศึกษา หวั่นเด็กฆ่าตัวตายเมืองนอก

อ่านแล้วก็ เฮ้อ.. ควายหายแล้วล้อมคอก เด็กดีๆเสียชีวิตไปค่อยกลับมาทบทวนและหาวิธีการป้องกัน.. ไม่ได้ว่าโครงการไม่ดีนะ.. แต่ไปมุดหัวทำอะไรกันอยู่ เด็กตายไปคนนึงพึ่งมานึกได้เหรอ แม่งประเทศชาติ
แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าเด็กเลือกที่จะไปเอง.. เด็กมันจะไปรู้อะไร อายุเท่านั้น ถามเด็กมันว่าอยากไปเรียนต่อเมืองนอกหรือเปล่า ใครที่ไหนมันก็อยากไปทั้งนั้นแหละ ผู้ใหญ่แม่งก็ไม่ได้แนะนำ ไม่ได้ทดสอบเลยรึไง เด็กมันพร้อมหรือไม่พร้อม มันไม่รู้หรอก.. ผู้ใหญ่แม่งก็ปล่อยๆให้เด็กมันไปตายเอาดาบหน้า นี่มันปี พ.ศ. เท่าไหร่กันเนี่ย.. เหตุผลแบบลิโป้แม่งก็ยังใช้กันอยู่ เมื่อไหร่นักการเมืองแบบลิโป้มันจะหมดโลกไปซะที

ปล. เอ ทำไมหัวข้อข่าวนี้มันหายเองได้หว่า..

rest up!

- a day's postcard -

Wednesday, August 18, 2004

น้องนักเรียนทุนเยอรมัน กระโดดตึกฆ่าตัวตาย..

มีข่าวไม่ดีอีกแล้ว.. เราได้ยินข่าวนี้ทางวิทยุ แล้วก็เข้าไปหาใน siamguru จนได้ข่าวนี้มาจาก ๘ หัวข้อข่าว.. น้องเค้าเรียนต่อที่เยอรมัน สาขาวิศกรรมศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ใกล้ตัวมากๆเลย ยอมรับนะ เยอรมันเป็นประเทศที่อยู่ยากมากประเทศนึง ถ้ามาอยู่จะรู้สึกว่าตัวเองแปลกไปจากคนอื่น ไปไหนมาไหนก็จะมีคนมองอยู่ตลอด (เราแก้โดนการมองขาอ่อนมันกลับซะเลย.. ล้อเล่นเน้อ) ภาษาก็พูดยาก อาหารการกินก็ไม่เหมือนบ้านเรา ไอ้ครั้นจะไปซื้ออาหารไทยก็แพงใช่เล่น เหมือนอยู่กันคนละโลกไปเลย กลุ่มคนไทยก็พอมีบ้างแต่ยังไม่มากนักเหมือนที่ออสเตรเลียหรือที่อเมริกา..

เราขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องเค้าด้วย.. ลูกสาวคนเก่งเหลือแค่เรียนจบปริญญาตรีก็จะกลับมาดูแลคุณพ่อคุณแม่ได้แล้ว แต่ก็ต้องมาจากไปเสียก่อน..


1. นร.ทุนเอื้ออาทรกดดันหนักโดดตึกดับอนาถ
... เปิดเผยว่า ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ครม. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความเสียใจต่อกรณีที่ น.ส.ณัฐชนน เมฆี อายุ 17 ปี นักเรียนทุนรัฐบาลตามโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน กระโดดตึกฆ่าตัวตาย เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ขณะไปเรียนที่เยอรมนี โดยก่อนจะฆ่าตัวตาย น.ส.ณัฐชนน เคยบ่นกับคนใกล้ชิดว่า ไม่สามารถรับความกดดันเรื่อง... From: Thairath Date: 18/08/2004
2. นักเรียนทุนหวยดิ่งตึก บ่นเรียนไม่ไหว
...เข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 ส.ค. ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเสียใจที่ น.ส.ณัฐชนน เมฆี อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนในโครงการ 1 ทุน 1 อำเภอของรัฐบาล กระโดดตึกตายที่ประเทศเยอรมนี โดยบอกกับคนใกล้ชิดว่าไม่สามารถรับความกดดันในการเรียนภาษาเยอรมันได้ เพราะไม่เคยเรียนมาก่อน... From: Komchadluek Date: 18/08/2004
3. นักเรียนทุนหวยดิ่งตึก บ่นเรียนไม่ไหว
...เข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 ส.ค. ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเสียใจที่ น.ส.ณัฐชนน เมฆี อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนในโครงการ 1 ทุน 1 อำเภอของรัฐบาล กระโดดตึกตายที่ประเทศเยอรมนี โดยบอกกับคนใกล้ชิดว่าไม่สามารถรับความกดดันในการเรียนภาษาเยอรมันได้ เพราะไม่เคยเรียนมาก่อน... From: Komchadluek Date: 18/08/2004
4. น.ร.ทุนไทยดิ่งตึกดับที่เยอรมัน
...ทุนไทยดิ่งตึกดับที่เยอรมันน.ส.มัณฑนา ปิยะมาดา รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ณัฐชนน เมฆี อายุ 17 ปี จากชั้น ม.6 โรงเรียนพรานกระต่ายทองวิทยาคม จ.กำแพงเพชร ซึ่งได้ทุนจากโครงการ 1 ทุน 1 อำเภอ ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ด้านวิศวะคอมพิวเตอร์ ที่ประเทศเยอรมนี กระโดดตึกโรงพยาบาล... From: Khaosod Date: 18/08/2004
5. นายกฯสั่งป้องกันน.ร.ทุนหวย ฆ่าตัวตายซ้ำหลังนักเรียน17กระโดดตึก เครียดพูด"เยอรมัน"ไม่ได้
...รัฐมนตรี แถลงว่า ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจที่ น.ส.ณัฐชนน เมฆี นักเรียนทุน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล อายุ 17 ปี จากโรงเรียนพรานนกต่อวิทยาคม จ.กำแพงเพชร ที่ไปเรียนสาขาวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ ประเทศเยอรมนี กระโดดตึกโรงพยาบาลเสียชีวิต"นายกฯ สะเทือนใจ... From: Matichon Date: 18/08/2004
6. ศธ.เสนอตั้งทูตการศึกษา หวั่นเด็กฆ่าตัวตายเมืองนอก
Quality of Life - Manager Online กระทรวงศึกษาธิการหวั่นเกิดปัญหานักเรียนฆ่าตัวตายซ้ำรอย “ณัฐชนน” เสนอตั้งทูตการศึกษาในทุกประเทศ หวังดูแลเด็กไปเรียนต่อต่างประเทศ เผยปัจจุบันมีนักเรียนในโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุนในปีแรกทั้งหมด 922 คน ในจำนวนศึกษาต่อต่างประเทศทั้งหมด 740 คน ระบุเนื่องจากเป็นการฆ่าตัวตายจึงไม่... From: Manager Date: 18/08/2004
7. พ่อ-แม่"น้องชมพู่"วอนรัฐนำกระดูกลูกสาวกลับ
...ตานองหน้า วอนผู้เกี่ยวข้องนำกระดูกลูกสาวกลับมาบ้าน เตรียมทำบุญครบรอบ 7 วัน ให้ 19 ส.ค.นี้ จากการที่นางสาวณัฐชนน เมฆีหรือน้องชมพู่ นักศึกษาคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ประเทศเยอรมนี โครงการทุนศึกษาต่อของนักเรียนจากทุกอำเภอและกิ่งอำเภอ ในระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี) อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 174 / 3 หมู่ 10 ต.พรานกระต่าย... From: Komchadluek Date: 18/08/2004
8. นายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจนักเรียนทุนฆ่าตัวตายที่เยอรมนี
... พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเสียใจที่นักเรียนทุนรัฐบาลกระโดดตึกตายที่ประเทศเยอรมนี คือ น.ส.ณัฐชนน เมธี อายุ 17 ปี โดยบอกกับคนใกล้ชิดว่าไม่สามารถรับความกดดันในการเรียนภาษาเยอรมันได้เพราะไม่เคยมาก่อน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ขอให้เป็นบทเรียนสำคัญในการดูแล... From: MCOT Date: 18/08/2004

:)

(-8:-)

Tuesday, August 17, 2004

The Melancholy Death of Oyster Boy & Other Stories -"-

เมื่อวาน มีเวลาว่างหลังจากออกกำลังกาย นั่งท่องเวบเรื่อยเปื่อยจนไปสะดุดเวบผลงานของ Tim Burton ชื่อ "The Melancholy Death of Oyster Boy & Other Stories" สมุดภาพชุดนี้เราเคยอ่าน(ดู)ฉบับแปลเป็นภาษาไทยโดย ปราย พันแสงแล้ว ชื่อภาษาไทย "เด็กชายหอยนางรม" ตอนที่อ่านฉบับภาษาไทย อ่านซ้ำไปซ้ำมา ก็ยังไม่เข้าใจนักว่าเค้าต้องการสื่ออะไร ยิ่งอ่านยิ่งมึน.. ถึงเราอ่านไม่รู้เรื่องแต่หลังจากอ่านแล้วเรารู้สึกอะไรแปลกๆ เป็นความรู้สึก สนุกระคนเบิกบานเล็กๆ เอ.. หรือเพราะว่าเราเป็นคนโหดหว่า หรือเราเป็นคนประเภทที่เห็นคนผิดปรกติแล้วสงสัยสนใจอยากรู้เหรอเนี่ย แล้วไอ้อาการแบบนี้จะเรียกว่าผิดปกติได้หรือเปล่านะ..

วกกลับมาเรื่องสมุดภาพ แนะนำให้เข้าไปหน้า contents แล้วลองเลือกๆมาอ่านดูซักเรื่อง ในบรรดาเรื่องทั้งหมด เราชอบเรื่อง "Voodoo Girl." มากที่สุดเรื่องนี้ เราว่าเรื่องนี้เข้าใจง่ายที่สุดแล้ว เด็กสาว.. มีรักมากเท่าไหร่ หัวใจชอกช้ำมากเท่านั้น.. หลายๆเรื่องก็อ่านไม่รู้เรื่องเลย อย่างเรื่อง "Robot Boy." เนี่ย เราไม่เข้าใจว่าเมียไปมีชู้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ไง แต่สุดท้าย เด็กคนนี้ก็กลมกลืนไปกับเครื่องใช้ไฟฟ้า และถังขยะไปได้.. เรื่อง "The Melancholy of Oyster Boy." ซึ่งเป็นเรื่องหลักของสมุดภาพชุดนี้ อ่านแล้วก็งงๆใช้ได้ มีลูกเป็นเด็กชายหอยนางรม สุดท้ายก็หม่ำลูกเพื่อพลังเซ็กซ์.. ลองมองในมุมว่า อ่อ.. เด็กมีหัวเป็นหอยนางรมก็ไม่น่าแปลก เพราะเด็กมี ๓ หูกับจงอยปากก็ยังมีเลย (ในเรื่อง) อาจจะเป็นการเปรียบเทียบแปลกๆตามสไตล์ Tim Burton ก็ได้มั๊ง ใครอ่านเข้าใจยังไงเล่าให้ฟังบ้างซิ..

ผมแย่อย่างที่หนึ่ง.. ผมชอบดูรูปเด็กพิการทางอินเตอร์เน็ท ผมตื่นเต้นเมื่อได้คิดถึงความสยึมกึ๋ยหากต้องดูแลเด็กเหล่านั้น.. (เออ ตรูก็มีบ้างนะ.. บ้าพอๆกันเลย)

รูปจาก natalie dee

รักๆใคร่ เพศสัมพันธ์ ยังไงกันเนี่ยเรา

...เสพสมรักกันใช่เลวร้าย แต่ตัวของเรายังไม่พร้อม..

คุณ อายุเท่าไหร่แล้ว เคยมีเพศสัมพันธ์หรือเปล่า เคยช่วยตัวเองไม๊..?

คำถามแบบนี้ ถ้าคนที่มาถามไม่ได้สนิทสนมกับคุณ ผมว่า ถ้าคุณไม่ชกหน้ามันก็แปลกแล้ว.. แต่พออยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิทเนี่ยคุณเรื่องแบบนี้กันได้เป็นวรรคเป็นเวร.. วันนี้ฟังเพลง "ไฟปราถนา" ของ The Olarn Project บังเอิญกับกำลังอ่านเวบเกี่ยวกับสุขภาพพอดี แล้วดันโยงไปเวบ คลินิกรัก แล้วก็บังเอิญอีกนั่นแหละที่เพื่อนส่งเวบ condomthai.com มาให้ เลยนั่งๆคิดเรื่องพวกนี้อยู่พักนึง คิดไปคิดมาก็ยังไม่ได้บทสรุปอะไรดีๆ เราควรจะยอมรับการมีเพศสัมพันธ์อย่างเปิดเผย ให้คู่หนุ่มสาวอยู่ร่วมกันก่อนแต่งงาน หรือจะถือว่าการร่วมเพศเป็นเรื่องเลวร้าย น่าอาย ผิดธรรมเนียม คิดแล้วคิดอีก เราเองก็เป็นผู้ชาย แต่บ้านเราก็เคยสอนเรามาแบบคนโบราณ เฮ้อ ปวดหัว (แต่ขอไม่มีผัวดีกว่า) ยังไงก็ตาม เราว่า สิ่งสำคัญคือ เราน่าจะให้ความรู้กับวัยรุ่น โดยเฉพาะวันรุ่นที่กำลังย่างเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ให้เค้ารู้ทั้งข้อดีข้อเสียของการร่วมเพศ ให้เค้ารู้ความแตกต่าง (ให้รู้จักไม่ใช่ไปกระตุ้นให้อยากร่วมเพศ)
สมัยผมเรียนวิชาเพศศึกษา ทั้งครูทั้งนักเรียนเห็นมันเป็นเรื่องน่าอาย หรือไม่ก็เป็นเรื่องตลก ผมเองแทนที่จะเข้าใจ เลยทำให้ยิ่งอยากรู้ภาคปฎิบัติมากกว่าเสียอีก.. เรื่องเพศเนี่ย รู้หนักภาคทฤษฏีก็น่าจะพอ ไม่ต้องลง lab ไปทดลองภาคปฎิบัติหรอกมั๊ง เดี๋ยวพลาดพลั้งไปจะยุ่ง.. อาจารย์มาคุม lab ก็ไม่มีเสียด้วย.. เน๊าะ..

...เสพสมรักกันใช่เลวร้าย แต่ตัวของเรายังไม่พร้อม..

Friday, August 13, 2004

This Changes Everything


ปกติก็ไม่ใช่คนยึดติดกับยี่ห้อหรือชอบของแพงอะไรมากมาย แต่ก็มีนิสัยชอบของดีอยู่บ้าง..
วันนี้ว่างๆเข้าเวบ iloveaccord สวยจริงๆ แต่ราคาเหือดมาก สำหรับรุ่น 2.4 i-VTEC EL ดาวน์ 344,500 ผ่อนอีก ๒๔ เดือน เดือนละ 46,078 สงสัยต้องพลีกายแลกเงินซะแล้วล่ะมั๊งเนี่ยตรู มือสองก็คงไม่ถูกไปกว่าล้านนึงซักเท่าไหร่ บ้าไปแล้ว.. ฝันอะไรของเมิงไอ้บอมบ์ ตื่นๆ

ศุกร์ไม่เมา เสาร์ไม่ตื่นสาย บ่ายวันอาทิตย์อ่านหนังสือ

ไม่ได้หมายถึงว่าจะทำได้จริงอย่างที่เขียนไว้ในหัวข้อ แต่ตั้งใจจะให้เป็นอย่างนั้น อาทิตย์ที่แล้วไปเมาที่อัมสเตอร์ดัมมา กลางอาทิตย์ก็เมาเลี้ยงส่งพี่ยอดกับพี่สู้ ถ้าหยุดสุดสัปดาห์นี้ยังจะสะเอ่อะไปเมาอีกก็ใช้ได้แล้วล่ะ ไม่อยากให้ใครเค้ามาว่าเราขี้เมา แหะ แหะ แต่สารภาพความจริงก็ได้ คือเอาเงินไปเที่ยวเนเธอร์แลนด์หมดแล้ว ต้องประหยัดแล้วก็อยู่รอดด้วยเงินก้อนสุดท้าย(ที่เหลือน้อยนิด) หลังจากนี้ว่าจะตั้งใจฝึกภาษาเอาเองเป็นแบบฝึกหัดบังคับตัวเองข้อสุดท้ายก่อนสิ้นปี จะพยายามไม่ซื้อนิยายมาอ่านเพิ่มแล้ว (แต่ถ้าเหงามากๆก็คงต้องยกเว้นให้ตัวเองบ้างเป็นครั้งคราว) คืนนี้ คืนวันศุกร์ ว่าจะจัดการทำความสะอาดข้อมูลในแล้บท้อป พรุ่งนี้ก็วันจะจัดบ้าน แล้วก็อ่านอะไรที่มาร์กๆไว้ในเวบ ส่วนวันอาทิตย์จะจัดการเรื่องงานต่อ แต่ก็ไม่แน่ อาจจะต้องมาทำงาน หงุดหงิดกับตัวเอง อาทิตย์นี้คิดอะไรไม่ค่อยออกเลย งานก็ค้างๆคาๆ ปัญหาเดิมติดมาหนึงอาทิตย์ แก้อยู่คนเดียวจะเหลียวไปทางไหนก็มีแต่คนส่ายหน้า เบื่อเวลาที่ทำงานด้านไหนอยู่คนเดียวในบริษัท จะคุยถามอะไรกับใครก็ไม่ได้ จริงๆก็น่าจะชินได้แล้วกับสภาพการทำงานแบบนี้ แต่ความเป็นจริงคือเบื่อขึ้นเรื่อยๆ สงสัยเราคงต้องลองไปทำงานบริษัทใหญ่ๆกับเค้าบ้างแล้วล่ะมั๊งเนี่ย.. เอ๋.. เริ่มนิดเดียวทำไมบ่นเรื่องงานเยอะจัง..
หมดเวลางาน ทิ้งงานไว้บนโต๊ะแล้วก็มานั่งคิดหาที่ไปนอนอาบแดดอาบหนังสือที่ไหนดีกว่า.. ต้องอาบแดดบ่อยๆ จะได้ขาวๆแบบฝรั่งบ้าง เอ๊ะยังไง..

ความเปลี่ยนแปลง

วันแรกที่เรามาถึงมิวนิค รามิโร่กับพี่ยอดไปรับ คอนโดฯที่อยู่มี ๓ ห้อง แต่คนมีกันสี่คน(เราเป็นคนที่สี่) เราแชร์ห้องกับพี่ยอด ไปช่วงแรกๆ พี่ยอดก็แนะนำเกือบทุกเรื่อง (ยกเว้นเรื่องเหล้าเบียร์เป็นหน้าที่ของรามิโร่) ทำงานก็ไปกับพี่ยอด กลับบ้านก็กลับด้วยกัน ไปเที่ยวไปซื้อของก็ไปด้วยกันเกือบทุกครั้ง อยู่ด้วยกันมาแปดเดือน ครั้งแรกที่เราเจอกับพี่ยอด เรายังเรียนอยู่ปีสาม ทำงานอยู่บริษัทย่านสุขุมวิทซอยสี่(ละเอียดไปไม๊เนี่ย) แล้วพี่ยอดก็ย้ายมาทำงานด้วยกัน ทำงานไปซักพัก เราลาออกกลับไปเรียน ก็ไม่ได้คุยกับพี่ยอดอีกเลย จนมาเจอกันอีกครั้ง ถึงนิสัยเรากับพี่ยอดจะต่างกัน(มาก) แต่เนื่องจากสถานการณ์บังคับ เรากับพี่ยอดก็มาอยู่ด้วยกันและสนิทกันจนได้ เมื่อวานนี้พี่ยอดกับพี่สู้กลับเมืองไทยแล้ว รู้สึกโหวงๆแปลก.. วันนี้ เราจัดแจงห้องซะใหม่ เอารูป bedroom ของ Van Gogh มาติด จัดไฟส่อง รื้อเตียงไปเก็บหนึ่งเตียง จัดชั้นเสื้อผ้ากับชั้นวางหนังสือซะใหม่ ห้องดูน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย..
เรากำลังก้าวเข้าสู่(สู้)การเปลี่ยนแปลงครั้งที่สาม ครั้งแรกคือเปลี่ยนแปลงจากการย้ายมาอยู่ที่นี่ มาสัมผัสความตื่นเต้น มารู้จักชีวิตอยู่เมืองนอก ช่วงที่ ๒ เป็นช่วงที่เปลี่ยนจากความบ้า เพ้อ คิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว คิดถึงแฟน มาเป็นการใช้ความคิด ใช้เวลาว่างอ่านหนังสือ คิดนู่นทำนี่ไปเรื่อยเปื่อย ครั้งนี้ครั้งที่สาม หลายๆอย่างเปลี่ยนไป แต่เราก็พอจะเห็นมาล่วงหน้าแล้ว คลื่นของความเหงาระลอกใหญ่ ปัญหาเรื่องงานที่รอให้แก้ไขอีกมากมาย ความรู้สึกสับสนที่พร้อมจะเข้ามาทำให้ปัญหาอื่นๆยุ่งเหยิงหนักไปกว่าเดิม.. เราไม่กล้าพูดว่าเราเป็นผู้ใหญ่ แต่เราเองก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว เราจะผ่านเรื่องราวทั้งหมดไปให้ได้อย่างสวยงาม และจะสวยงามไปกว่าครั้งก่อนหน้าทั้งหมดด้วย.. ความเปลี่ยนแปลงคือชีวิต ชีวิตเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง.. เรารู้ความเปลี่ยนแปลงหลายๆครั้งมันก็ยากสำหรับบางคน แต่ความเปลี่ยนแปลงเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่เราต้องเรียนรู้เพื่อจะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว..

Monday, August 09, 2004

กลับมาแล้ว.. กลับมาพร้อมความเปลี่ยนแปลง

ไปเที่ยวอัมสเตอร์ดัม กลับมาถึงบ้านเมื่อวานตอนค่ำๆ (ตี ๑ ครึ่ง)
วันนี้มาทำงานวันแรก สภาพไม่ค่อยดีเลย ยังมึนๆเมื่อยๆง่วงๆ
Harry Potter ก็ยังอ่านค้าง หิ้วมาด้วย อ่านจนจบเล่มที่ ๕ แล้ว เย้
วันนี้ตั้งใจว่าถึงบ้านจะค้นๆดูรูปที่ถ่ายมาซะที..
ไปเที่ยวคราวนี้ถ่ายรูปน้อยมาก
ขาตั้งกล้องก็หิ้วไปเสียเที่ยว..
แต่ก็อย่างว่า ไปเที่ยวครั้งนี้รู้สึกเหงาๆยังไงบอกไม่ถูก..
ไม่มีอารมณ์อยากถ่ายรูปเลย..
ไปเที่ยวไกลๆทีไร อดคิดถึงเค้าไม่ได้ซักที..

Monday, August 02, 2004

ผมรักเค้า..

เค้าคนนี้