Stop the habit of wishful thinking
and start the habit of thoughtful wishes.


Thursday, September 30, 2004

OLYMPUS E300 น่ารักจริงๆ

OLYMPUS E300 ชอบจัง ยังไม่มีเวลาอ่าน ขอจดไว้ก่อนนะ..
ตอนนี้ดูๆ DSLR อยู่ 5060 มีข้อจำกัดหลายอย่าง ถ้าได้ DSLR คงเก็บเค้าไว้เป็นกล้องตัวที่ ๒ (ไม่ใช่ตัวสำรอง) ยังไงก็ตามกำลังเล็งๆ FL-50 มาต่อเพิ่มน้อง 5060 อยู่
น้อง Olie E300 ใน dpreview
ใน thaidphoto ก็มีพูดถึงน้องเค้าเหมือนกัน
จะว่าเราลำเอียงก็ได้นะ แต่ดีไซน์ของ Olympus โดนใจเราทุกตัวเลย อย่าง C5060 เนี่ย ซื้อมาเพราะรักแรกจับ จับแล้วถูกใจถนัดมือ ถึง เมนูจะงงๆบ้างแต่พอใช้ไปซักพักก็จะเริ่มชินได้เอง

เป๋งกลับบ้าน

เมื่อคืนวานส่งไอ้เป๋งกับไอ้เอ็กซ์กลับบ้าน มันนั่ง Nachtzug กลับกัน เค้ามีห้องให้นอนก็ดันจองห้องนั่ง แปลกดี แต่รถ Nachtzug หรือแปลเป็นไทยว่ารถไฟกลางคืน จัดเป็นรถไฟที่ยอดฮิตเหมือนกัน ราคาตั๋วก็ไม่แพง เดินทางก็ไม่เหนื่อย เบาะนั่งยังดีกว่าเบาะ เครื่องบินเลย ถึงที่หมายตอนเช้า เริ่มงานวันใหม่ได้สบายๆ แต่ข้อเสียคือมันเป็นรถไฟ ใครที่หลับได้เฉพาะในห้องสงบๆอาจจะลำบากหน่อย งวดหน้า ลองนั่ง Nachtzug ไปเที่ยวบ้างดีกว่า

ความเหงาและความสงบกลับคืนมาหาเราได้หนึ่งคืน วันนี้ตอนเย็นจะออกไปรับไอ้แก๊บที่ Hbf (Hauptbahnhof) แก๊บยังหาหอไม่ได้ ช่วงนี้คงมาพักกับเราก่อน ดีเหมือนกัน ให้มันทำกับข้าวให้กินทุกวันเลย อิอิ


Nachtzug = Nacht + Zug = Night + Train
ปล. แม่โขงก็รสชาติดีเหมือนกันแฮะ

Tuesday, September 28, 2004

ประชุมฤดูร้อนกับสมาคมนักเรียนไทยฯที่ Schliersee

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปร่วมประชุมประจำปีกับสมาคมนักเรียนไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (TSVD) ออกเดินทางไปยัง Schliersee บ่ายสี่โมงกว่าๆของวันศุกร์ กลับเข้าในเมืองเที่ยงของวันอาทิตย์ ไม่ได้เจอคนไทยเยอะขนาดนี้มานานทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง ทั้งนักเรียน คนทำงาน น้องๆบางคนยังเด็กมากพึ่งจบมัธยมปลายก็มี เยอะด้วยแฮะเป็นนักเรียนทุน กพ บางคนก็เป็นรุ่นพี่ก็เยอะ ส่วนใหญ่ก็ทำ PhD กัน ได้คุยภาษาไทยตลอด ปล่อยมุขกัน ฮาบ้างไม่ฮาบ้าง หยาบบ้างสุภาพบ้าง ไม่ได้พูดภาษาไทยแนวนี้มานานมากแล้ว ดีใจมั่กๆ

ไปอยู่กัน ๒ วัน ๒ คืน แต่ฝนตกตลอดเลย จะเดินไปทะเลสาบก็ไม่ไหว หนาวเกินไป แต่สุดท้ายคณะหน่วยกล้าตายก็เริ่มออกเดินทางไปทะเลสาบกัน เราจับผลัดจับผลูไปกับเค้าด้วย ไม่อยากจะเชื่อตัวเอง ทำไมตรูบ้าจี้ไปกับพวกมันได้วะเนี่ย..

หลังจากเสร็จงานนี้ เราได้เพื่อนคนไทยเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย ทั้งเมืองเดียวกัน และเพื่อนต่างเมือง เอาไว้ไปเที่ยวต่างเมืองเราไปเกาะเค้าดีกว่า ประหยัดค่าโรงแรม..


๓ ทหารเสือ



ประชุมประจำปีเพื่อชี้แจงและเลือกตั้งนายกสมาคมฯคนใหม่



หน่วยบ้ากล้าตายลุยฝนไปดูทะเลสาบ



เอากลุ่มกระเหรี่ยงออกไปทะเลสาบดูดีขึ้นเยอะเลย



ระหว่างทางเดินกลับจากทะเลสาบ ขอซักรูป


ปล. ประมูลได้หนังสือมา ๒ เล่ม "เกิดวังปารุสต์" กับ "ขนมลูกๆทองแดง"

สิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือดึกๆ

แน่นอน .. อ่านหนังสือ ก้อต้องได้ความรู้ ความเข้าใจ จากการอ่าน ..
บางทีก้อไม่เข้าใจ แต่ก้อพยายามถูๆไถๆ ไป .. แหะ แหะ
อีกอย่างก้อคือ .. ทัศนคติที่ดีต่อยามหมู่บ้าน
ทุกคืนตอนดึกๆ จะมียามมาเคาะบอกเวลาทุกๆชั่วโมง
ตีหนึ่งเคาะหนึ่งที ตีสองเคาะสองที .. เป็นต้น
คืนไหนฝนทำท่าจะตก.. ไอ้เราก้อลุ้นลุงยามจะมามั๊ยนะ ..
ห้า .. สี่ .. สาม .. สอง .. หนึ่ง .. เงียบบบ ...
แต่สักพักใหญ่ๆ แกร๊ง! แกร๊ง! แกร๊ง! เย้วว ตีสามแว้ว!!
ลุงยามมาจริงๆ สปิริตสูงส่ง ถึงแกจะมาช้าไปหน่อยก้อตาม ..
ก็นะ อะไรจะปั่นจักรยานด้วยความเร็วคงที่ .. มาถึงตรงเป๊ะทุกชั่วโมง
เย้ ! หลับต่อ .. เฮ้ย อ่านต่อ .. (พรุ่งนี้จะสอบแล้วกรู T_T)
เมื่อก่อนเคยเข้าใจผิด และมองยามหมู่บ้านอย่างผิดๆ มาตลอด
คิดว่าวันๆ ก็มัวแต่เฝ้าป้อม หลับคาป้อม ถ้ามีเหตุด่วนเหตุร้ายสงสัยเราต้องไปช่วยยาม
แต่วันนี้ .. ทัศนคติเหล่านั้นเปลี่ยนไป .. เค้ามีความรับผิดชอบในงานได้ดี
ที่คิดอย่างนั้นไปในเมื่อก่อน .. เพราะเราไม่เคยเห็นในอีกมุมนึงของเค้านั่นเอง
ลุงยามสอนข้าพเจ้าอยู่สองเรื่อง .. คือการรับผิดชอบในหน้าที่
และการปิดทองหลังพระ หรืออีกในทางหนึ่ง เราไม่ควรไปว่าใคร เพราะเราไม่ได้จับตาดูเค้าทุกวินาที
แต่ยามก็ไม่ได้เป็นยามดีเด่นอย่างลุงยามของข้าพเจ้าทุกคนเสมอไปหรอก :P

Monday, September 27, 2004

โพะ ออ แค เหราะ มา ฝะ


โพะ ออ แค เหราะ มา ฝะ(ผมเอาแครอทมาฝาก)
หยะ ฮะ เธอ ด๊ะ กิ (อยากให้เธอได้กิน)
ผะ มี วิ ตะ มี (ผักมีวิตามิน)
ม่าย ต้อ กิ เคาะ แพ (ไม่ต้องกินของแพง)
โพะ ออ แค เหราะ มา ฝะ (ผมเอาแครอทมาฝาก)
หยะ ฮะ เธอ แคะ แร (อยากให้เธอแข็งแรง)
แกะ ค้อ เธอ จะ แด(แก้มของเธอจะแดง)
แด เหมอ สี แค เหราะ(แดงเหมือนสีแครอท)
ลา ลัล ลัล ลัล ลา...

เพลง:เด็กดอยใจดี ศิลปิน:น้องมายด์

Wednesday, September 22, 2004

Everlasting Love song

ชายชรา
ซอสามสาย
น้ำแกง
สัญญา
ระยะทาง
หลุมศพ
เวลา
รักแท้
Everlasting Love song - ไทยประกันชีวิต's Soundtrack (ปู่ชิว)

สิ่งบางสิ่งมีน้อย..

สิ่งบางสิ่งมีน้อยแต่แบ่งปันได้ไม่หมด..

ความรัก แบ่งปันกันได้ หัวใจก็มีดวงเดียว แต่มีคนตั้งมากมาย พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อนฝูง และคนพิเศษ
ความรู้ แบ่งปันกันได้ เหมือนเทียนในห้องมืด เทียนต่อเทียนไม่ทำให้เทียนเล่มเดิมดับ แต่ทำให้ห้องสว่างขึ้น
น้ำใจ คนมีน้ำใจแบ่งปันคนอื่น คนได้รับน้ำใจก็มีน้ำใจต่อไปยังคนอื่นๆอีกมากมาย

รักกัน แบ่งปันความรู้กัน และมีน้ำใจต่อกันไว้เถอะ แล้วโลกใบนี้จะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ

Tuesday, September 21, 2004

พี่เม้งมาเยี่ยม

สองสามเดือนที่แล้ว ช่วงต้นหน้าร้อนไปเยี่ยม-เที่ยวกับพี่เม้งที่เดรสเดน คราวนี้พี่เม้งมาเยี่ยมเราบ้างเป็นช่วงปลายหน้าร้อน พี่เม้งมาเย็นวันพฤหัส ออกไปหม่ำ ขาหมูเยอรมันในเบียร์ฮอลกับพี่เม้ง ขาหมูเยอรมันเป็นอาหารโปรดอีกอย่างนึงของเรา แต่กินบ่อยไม่ได้ ทั้งอ้วนทั้งมะเร็งเลย (แต่มันอร่อยดีอ่ะ) หลังจากหม่ำขาหมูเราสามคนก็มุ่งหน้าไปสู่ร้านเอเชีย อ่อ ลืมบอกไป ไอ้แก๊บมาค้างด้วยคืนนึง เราก็ลาภปากไปเลย มีพ่อครัวมาทำกับข้าวให้ถึงที่บ้านตั้ง ๒ คน วันนี้เป็นวันแรกในรอบแปดเดือนที่เจอคนไทยเยอะเหลือเกิน ได้เครื่องปรุงผักบุ้งเห็ดหูหนูและอื่นๆสำหรับมื้อเย็น อ่อ ได้มาม่าต้มยำกุ้ง ๑ ลังกับแม่โขงอีก ๑ กลม เมานิดๆแล้วก็หลับอย่างสนุก..

วันที่ ๒ หม่ำเที่ยงที่ร้านอาหารไทย แล้วก็ไปส่งไอ้แก๊บกันที่ Hbf (หัวลำโพง)ซื้อหนังสือสองสามเล่ม แล้วก็ไปเดินเล่นริมแม่น้ำ Isar สุดท้ายก็จบลงที่เบียร์บริเวณ Chinese Tower ในสวนอังกฤษ (Englisher Garten) เดือนโซซัดโซเซไปดื่มเบียร์ที่บ้านต่อ



พักครึ่งมาดูรูปกันซักหน่อย...


ห้าห่วงโอลิมปิก ระดับความหวาดเสียวเราให้ 2/5
มีรถอยู่ในรางพร้อมกันสามสี่คัน กลัวมันจะมาชนกันจัง



ลูกตุ้มกลับหลัง ระดับความเสียว 3/5 หยึ๋ยยย เกือบจะได้เล่นแล้ว
(โชคดีพี่เม้งไม่รู้เราเป็นโรคกลัวความสูง ไม่งั้นเสียเส้นหมด)



ชิงช้าสวรรค์ หนึ่งในสัญลักษณ์ของงาน สูงใหญ่มากๆ
เวลาโหลดคนขึ้นคงนานน่าดู ระดับความโรแมนติก 3/5



รูปนี้ถ่ายหลังจาก Augutiner Keller บอมบ์-จูลี่-พี่เม้ง..
(แต่เห็นบอมบ์คนเดียว) ระดับความเมา 3/5


วันเสาร์ กว่าจะออกจากบ้านกันก็บ่ายนู่น วันนี้วันแรกของงานเบียร์อันยิ่งใหญ่ (และเละเทะที่สุด) Oktoberfest ในงานมีเครื่องเล่นเยอะมาก เยอะกว่าในดรีมเวิร์ลบ้านเราซะอีก มีทั้งของเล่นเด็ก ของเล่นหวาดเสียวสำหรับผู้ใหญ่ และของเล่นสำหรับคนเมา แต่ละอย่างก็แพงเหลือเกิน จะเล่นอะไรทีต้องคิดกันนาน เราไม่ได้เล่นกับเค้าหรอก ไม่ได้กลัว ไม่ได้เสียดายเงิน แต่หิ้วกล้องไปด้วย เอาไว้วันไหนไปอีกต้องลองซะหน่อยแล้ว.. ไม่ได้จิบเบียร์ในงาน แต่ไปจิบกันที่ Augustiner-Keller มุขเดิมอีกแล้ว ไปบ่อย คิดไม่ออก เจอกัน Augustiner Keller..


ลงรถไฟยี่สิบเก้าก็ได้บรรยากาศนี้ Starnbergersee ระดับความสวย 3/5



สองสาวพี่น้องกับเรือยาง ระดับความน่ารัก 4/5



เค้าว่าเป็นหงส์ แต่เราว่าเหมือนห่านบ้านเรา ระดับความเป็นธรรมชาติ 2/5


วันอาทิตย์ พี่เม้งจะกลับวันนี้ ตอนบ่ายไปเดินเล่น งีบกันที่ Starnberger See ลงจากรถไฟเดินไปยังไม่ครบยี่สิบเก้าก็ถึงทะเลสาบแล้วดีจิง ทะเลสาบสวยมาก เป็ด นก หงส์ ฯลฯ เต็มไปโม้ดดด เดินไปชายหาด มีพี่น้องสองคนกำลังเล่นเรือยางกัน น่ารักดี (แอบ)ถ่ายรูปมาด้วยหนึ่งรูป (ถ่ายมากกว่านี้เดี๋ญวเค้าหาว่าไอ้บ้าโรคจิต) เดินๆเล่นกันริมชายหาด ได้รูปมาอวดนิดหน่อย.. หลังกลับจากทะเลสาบ ไปรับแฟนพี่เม้งที่สนามบิน อิจฉาจัง.. รอส่งพี่เม้งกับแฟนที่ Hbf จนถึงดึก พี่เม้งกลับไปแล้ว พรุ่งนี้หน้าที่การงานเรายังอยู่.. ใจหายเหมือนกันแฮะ..

Sunday, September 19, 2004

ผีไฟฉาย O_o!


บรึ๋ย !!
http://www.kosanathai.com/database/ad/movie/2004092011313298.wmv

Saturday, September 18, 2004

เหนื่อยจัง คิดถึงเธอจริง

ไม่ได้ทำงานมาวันครึ่ง แต่ก็ไม่ได้ว่างเลย
แก๊บมาจากฮามบรูก พี่เม้งมาจากเดรสเด้น
แก๊บค้างคืนนึงแล้วก็ไป พี่เม้งอยู่ด้วยถึงวันอาทิตย์แล้วก็จะไปเหมือนกัน

ดีใจมีเพื่อนๆมาเยี่ยม ถึงจะเหนื่อย จะเสียเงินออกไปเที่ยวก็ดีใจ

ไอ้แก๊บมันจะมาอยู่มิวนิค ๗ เดือน ดีเลย ให้มันมาทำกับข้าวให้กินบ่อยๆ นี่แน่ะ ทำเก่งดีนัก อิอิ

วันนี้นั่งรถตลอนๆมาก ไปนู่นไปนี่ กลับนู่นมานี่สาระพัดเกินกว่าจะบรรยาย ไปเที่ยวไปเดินเล่น แต่ได้หนังสือติดมือมาอีกแล้ว เสียเงินอีกแว้ว เอาเถอะ ตอนนี้ Harry Potter ก็ครบชุดเล่ม ๑ ถึง ๕ แล้วก็ได้หนังสือนักสืบมาอีกเล่ม น่ากลัวมากๆ น่ากลัวที่หนึงสือนักสืบเป็นชุดด้วย ถ้าอ่านแล้วชอบคงได้เสียเงินอีกแน่ๆเลย

พรุ่งนี้งาน Oktoberfest ก็จะเริ่มแล้ว ไปดูขบวนกับเค้าซักนิด จิบเบียร์กับเค้าซักหน่อยซักสามสี่แก้วน่าจะดี พรุ่งนี้จะได้หิ้วกล้อง ออกจากบ้านอีกครั้ง

มีเพื่อนมาเยี่ยมก็ดีแก้เหงาได้นิดหน่อย แต่ถ้าแลกระหว่างให้เพื่อนสิบคนมาเยี่ยมทุกวันกับหนึ่งนาทีที่ได้อยู่กับเค้า เราเลือกอย่างหลังดีกว่า

Monday, September 13, 2004

วันบาป ไม่น่าเลย

เช้าวันนี้ ปั่นจักรยานจากบ้านมาที่ทำงาน อุณหภูมิประมาณ 12°C ไม่หนาวมาก แค่ปวดๆปลายนิ้วเล็กๆ อากาศหนาวๆอย่างนี้ ฟ้าก็ครึ้มๆเหมือนฝนจะตก รีบปั่นดีกว่า ปั่นๆๆๆ เราสายตาสั้นเอียง มองได้ระยะไม่ไกลมากถึงใส่แว่นก็มองได้ไม่ไกลอยู่ดี อะไรเล็กๆ ดอกม้งดอกไม้ข้างทางก็เห็นในระยะห้าเมตรก่อนถึงตัว ปั่นๆๆๆ ปั่นจักรยานคิดอะไปเรื่อยเปื่อย กำลังเหม่อได้ที่..
ว๊ากกก ในระยะ ๒ เมตรระยะเส้นตัดตรงจากล้อ..


เวลา หยุดเดินไปชั่วขณะ..


โบ๊ะ.. แง้ ขับรถทับหอยทากตาย.. คราวที่แล้วก็เดินเหยียบตายไปตัวนึง.. ทำไม ถึงเยอะอย่างนี้อ่ะ

ขอขมาและไว้อาลัยให้กับ ผู้ล่วงลับ ไม่รู้ป่านนี้ลูกเมียมันที่รออยู่ที่บ้านจะรู้ชะตากรรมของหัวหน้าครอบครัวมันรึยังนะ..

Sunday, September 12, 2004

Oktoberfest ใกล้แล้ว



เสาร์หน้างานเบียร์ อันยิ่งใหญ่ "Oktoberfest" ก็จะเริ่มต้น วางแผนกับพี่เม้งว่าจะไปร่วมขบวนกับเค้าด้วย ถ้าฟ้าฝนเป็นใจคงได้รูปมาอวดซะที เราคุยกับเพื่อนคนเยอรมัน บางคนก็ชอบ บางคนก็ไม่ชอบ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป เราเองบอกไม่ได้ว่าชอบหรือไม่ชอบ ยังไม่เคยไปกับเค้าซักที เค้าว่าๆกันว่างานนี้เนี่ย เป็นงานสำหรับพวกขี้เมาโดยแท้ ในงานมีแต่คนเมามาตะโกนโหวกเหวกโวยวาย แถมเต้นท์ระดับบิ๊กๆจะเต็มไปด้วยผู้คน ยิ่งวันเสาร์อาทิตย์ต้องมากันแต่เช้า ไม่งั้นก็คงต้องกลับบ้านไปดื่มเบียร์ขวด เต้นท์ Schottenhamel ที่ว่าใหญ่ที่สุดจุคนได้ประมาณหมื่นคน (ราคาคุยเปล่าเนี่ย) ปีนี้มีทั้งหมด ๑๔ เต้นท์ พวกลบคูณหารรวมเต้นท์เล็กๆไปด้วยทั้งงานก็น่าจะจุขี้เมาได้แสนนึง นึกภาพขี้เมาแสนคนมาอยู่ในสนามหญ้าใหญ่ๆรวมกัน มันต้องเป็นงานที่มั่ววุ่นวายไปหมด น่าสนใจจริงๆงานที่มีแต่คนขี้เมา จากที่เล็งๆไว้ เราคงได้ร่วมเป็นหนึ่งในกลุ่มคนเมาด้วยอย่างน้อย ๓ ครั้ง ถ้าไปแล้วจำอะไรได้จะกลับมาเล่าให้ฟังตอนหลังเน้อ..

ใครสนใจข้อมูลติดตามได้ที่นี่ Oktoberfest.de [en|de]

Saturday, September 11, 2004

เหตุผลที่คนควรอยู่ด้วยกัน

  • เมื่อมีคนได้ในสิ่งนึง ก็ต้องมีคนเสียอีกสิ่งนึง ...ไม่มีคนไหนที่ไม่เคยเสียอะไรเลยสักที


  • เพื่อแบ่งปันวันเวลาร่วมกัน


  • ย่อมเป็นเพราะไม่มีใครจะดีพร้อมได้ดังฝันไปทุกที่

    .............


  • เพื่อแบ่งสุขทุกข์เหล่านั้นที่เรามี

    ...............


  • เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดี ดีจริง จริง

    ........

  • The reason two people should stay together : บอยด์ โกสิยพงษ์

Thursday, September 09, 2004

สิ่งที่เราได้ จากการใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก

จากบ้านจากเมืองมาไกลถึงมิวนิคได้ ๘ เดือนเต็มๆแล้ว นั่งคิดว่าที่ผ่านมา เราทำอะไรไปบ้าง และได้อะไรบ้าง คิดต่อไปว่า การมาใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศนั้น ให้อะไรกับเราบ้าง..

รวมรวมจากความคิดอันน้อยนิด เป็นข้อๆ บนพื้นฐานเหตุผลและความรู้สึกส่วนตัว ไม่ได้เรียงลำดับความสำคัญ แต่เรียงตามลำดับนึกออก..

๑) ได้เรียนรู้โลกอีกโลกหนึ่งที่อยู่บนโลกใบเดียวกัน วิถี วิธี วัฒนธรรมที่แตกต่าง ข้าวปลาอาหาร ความรู้สึกนึกคิด ไปจนถึงการละเล่น ยิ่งสภาพภูมิประเทศต่างไป สิ่งเหล่านี้ก็จะต่างกันมากตามไปด้วย

๒) ได้เรียนรู้ตัวเอง มีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น ได้คิดทบทวนสิ่งต่างๆที่ผ่านมา คิดอย่างเป็นระบบเรียบเรียงสิ่งต่างๆ (เพราะเรามีเวลามาก ก็เลยว่างมาคิดมาก) และได้รู้จักตัวเองในสภาพที่ต่างออกไป ความรู้สึกนี้ถ้าเป็นคนเมืองแนะนำให้เดินเข้าป่าปิดซักอาทิตย์ ๒ อาทิตย์ ก็จะรู้สึกได้ในอีกแง่มุมนึง

๓) ได้เรียนภาษา ผมว่าสิ่งนี่เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด และเป็นสิ่งที่ควรต้องทำ แต่เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ (เรียนภาษาที่เมืองไทยก็ได้ระดับนึง)

๔) ได้เปิดวิสัยทัศน์ วิสัยทัศน์ไม่ใช่ความรู้ ไม่ใช่การรู้ แต่เป็นการมองเห็น ไม่ใช้การมองเห็นแบบกว้าง เป็นการมองเห็นแบบไกล ไม่ทุกคนที่จะได้สิ่งนี้ การจะได้วิสัยทัศน์ เราต้องเปิดโอกาสให้ตัวเอง ต้องเห็น และต้องเป็น

๕) ได้เที่ยวเล่นในที่ๆต่างออกไป (จากเมืองไทยบ้านเรา) บางคนคิดว่าไม่สำคัญ มาอยู่เมืองนอก ตั้งใจทำงานเก็บเงินไม่ได้ใช้จ่ายไปกับส่วนนี้เลย.. ผมล่ะเสียดายแทน ถ้าเราไม่ได้ไปไหน มาอยู่เมืองนอก ทำงาน กลับบ้าน อยู่แค่ที่บ้านกับที่ทำงาน เราก็ไม่ได้เห็น ไม่ได้ลองเป็น และก็คงไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่แปลกแตกต่างไปจ ซึ่งก็นั่นเอง หากทำข้อนี้ไม่สมบูรณ์ สิ่งอื่นอีกหลายสิ่งก็คงสมบูรณ์ไม่ได้

๖) ได้รู้ว่าสำหรับเราแล้ว ใครที่สำคัญกับเรา และเรานั้นสำคัญกับใคร เราได้ทบทวนตัวเอง และก็จะได้ทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเพื่อนเก่าๆ ได้รู้ว่ามิตรสหายในอดีตสำคัญกับเราแค่ไหน ผมได้เรียนรู้จักคำว่า "คิดถึงใจจะขาด" ก็ที่นี่นี่อง

๗) ได้เพื่อนใหม่ เพื่อนที่เรียกได้ว่าเป็นเพื่อน เพื่อนที่ไม่ใช่แค่เหมือนกัน แต่ยังแตกต่างกันด้วย เพื่อนฝรั่งไม่เหมือนกับเพื่อนคนไทย เพื่อนคนไทยเราจะเหมือนกันมาก ถึงแม้เรากับเพื่อนคนไทยจะคิดไม่เหมือนกันแต่วิธีการคิดเราจะอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ส่วนเพื่อนฝรั่งเนี่ยวิธีการคิด ความรู้สึกที่มีต่อสิ่งๆนึง การกระทำอย่างๆนึง ของเค้ากับของเราจะไปกันคนละเรื่องเลย ถ้ามาคบกันได้ก็เรียกได้ว่า เป็นเพื่อนที่แตกต่างกัน
คำว่าเพื่อนแปลว่า คนที่เท่าเทียมกัน เพื่อนฝรั่งเลยเป็นเพื่อนอีกแบบนึงที่แปลกออกไป

๘) ได้เงิน อันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญแตกต่างกันออกไป บางคนมาเมืองนอกเพื่อหาเงิน สิ่งนี้ก็อาจจะสำคัญสำหรับเค้าที่สุด แต่สำหรับเรา ถึงบ้านเราฐานะจะไม่ได้มั่งคั่ง แต่เงินไม่ใช่ประเด็นหลักที่เรามาที่นี่ เราให้ความสำคัญกับเงินอยู่ตรงกลาง ถ้าเงินซื้อประสบการณ์แปลกๆได้ เราก็พร้อมจะซื้อ แต่จะให้ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายจ่ายทิ้งจ่ายขว้างเป็นน้ำล้างเท้าก็คงไม่ไหว

๙) ได้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สิ่งนี้เป็นผลทางอ้อมจากหลายๆข้อ คงไม่ต้องอธิบายกันมาก เดี๋ญวจะไปมึนกับความหมายของคำว่า "เป็นผู้ใหญ่" อีก เรียกว่า โตขึ้นมาอีกระดับนึงก็คงจะได้มั๊ง

๑๐) ได้เป็นคนอีกแบบนึง ซึ่งแต่ละคนคงแตกต่างกันออกไป จะดีไม่ดีอยู่ที่สถานการณ์ ความคิดและสิ่งที่คนๆนั้นจะเลือกเป็น ข้อนี้เห็นไม่ชัดนัก แต่เชื่อเถอะ ใครที่มาอยู่เมืองนอกเกินปี ยิ่งถ้ามาบินเดี่ยวคนเดียวยิ่งเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น


จริงๆยังมีอีกหลายข้อ แต่ทบทวนไปทบทวนมาก็เป็นผลจากข้อต่างๆสิบข้อนี้
เขียนแบบรีบๆ อาจจะมีตกหล่นสับสนมึนงงไปบ้าง หวังว่าเพื่อนๆจะให้อภัย

ถ้าใครจะเพิ่มเติมสิ่งใดนอกเหนือไปกว่านี้ขอให้ช่วย comment ด้วย
เราเองความคิดหัวเดียวก็ยังจำกัดอยู่มาก..

Sometimes You Look Like These

Shrek....

Aragon

Mike Wasowski

Wednesday, September 08, 2004

ถึง.. หนึง คนบ้า

วันนี้ได้รับพัสดุจากเมืองไทย รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นเธอ ๘ เดือนที่ผ่านมา เราไม่เคยได้รับพัสดุหรือ จากคนอื่นเลย หยิบกล่องมาดูเห็นสแตมป์เก้าดวง ให้ตายเหอะ ไม่เคยเจอไปรษณีย์อะไรต้องติดสแตมป์เยอะขนาดนี้เลย ค่าส่งก็แพง เธอยังเรียนหนังสืออยู่นะ เก็บเงินไว้ซื้ออย่างอื่นเถอะคนดี ทุกครั้งที่เธอส่งของมา ใจเราเป็นต้องสั่นทุกที ก็รู้ว่าเธอพอจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่เงินเก็บก็คือเงินเก็บนะ อยากให้เก็บไว้ใช้ยามจำเป็นกับสิ่งที่จำเป็นมากกว่า


ของในกล่องที่ส่งมามี ๕ ชั้น แบ่งเป็น ๕ ชั้น เราค่อยๆแกะ ค่อยๆรื้ออย่างที่เธอบอกเรา

ของชิ้นแรกเราถูกใจมาก เป็นกระเป๋าสตางค์การ์ตูน แบบที่ชอบ เย็บด้วยเอ็น คะแนนความทนระดับกลาง
เราได้ฤกษ์เปลี่ยนกระเป๋าสตางค์ใหม่ก็วันนี้เลย (ใบเก่ายังสภาพดีอยู่แต่เหม็นแล้วก็สกปรกมาก)
จัดการของในกระเป๋าสตางค์ใหม่ อะไรไม่ใช้ก็ทิ้งๆไป ก๊อบปี้ passport, visa และ resident permit
ก็ถูกจัดการใหม่ให้ลงมาอยู่ใน กระดาษ A4 แผ่นเดียว
หลังจากวันนี้เราก็จะได้มีกระเป๋าสตางค์น่ารักบางๆเอาไว้ใช้โก้เก๋ไปเลย

ของชิ้นที่ ๒ ดินสอไม้ทำเป็นดินสอกด.. หน้าตาแปลกดี สงสัยที่เมืองไทยจะฮิต
ขอวางเอาไว้หัวนอน เอาไว้ใช้ทดในหนังสือภาษาที่เราอ่านก่อนนอนดีกว่า

ของชิ้นที่ ๓ ปากกา ๓ ไส้ของ LAMY.. ของชิ้นนี้พิสูจน์ความบ้าของเธอได้ดีที่สุด
เธอรู้ไม๊ LAMY เป็นยี่ห้อเยอรมัน เราอยู่เยอรมันซื้อได้ถูกกว่าเธอเยอะเลย
ท่าทางจะแพงน่าดู ทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะ เสียดายเงิน
ปากกาด้ามนี้ เราขอเหน็บเอาไว้ในชุดสูทแล้วกัน คงไม่ได้ใช้ในโอกาสปกติหรอก

ของชิ้นที่ ๔ โปสต์การ์ด ๔ แผ่น.. เธอส่งโปสต์การ์ดมาให้เราหลายครั้งแล้ว
เราบอกเธอว่า เราชอบลายมือเธอมาก ชอบที่จะได้เห็นลายมือเธอ
เรามักจะลูบบนตัวอักษรและรูปเล็กๆที่เธอวาดเขียนมาบนโพสต์การ์ดอยู่เสมอๆ
ทุกครั้งที่เราทำอย่างนั้น เหมือนเราได้สัมผัสมือเธอ เราชอบที่จะได้อ่าน ได้ดูสิ่งที่เธอเขียนมา
โพสต์การ์ดหนึ่งใบ มีตัวอักษรไม่กี่ตัว แต่เหมือนเราอ่านได้ไม่เบื่อ ดูซ้ำกี่รอบก็ไม่เคยพอ..

ของชิ้นที่ ๕ เป็นของที่เธอให้เรามาตลอด แต่ครั้งนี้เธอส่งข้อความมาอธิบาย
เป็นของที่จับต้องไม่ได้ แต่ทำให้หัวใจเราอบอุ่น
เป็นของที่ทำให้เรารู้สึกใจสั่นทุกครั้งที่หลับตา และอบอุ่นเมื่อลืมตา
อยากให้เธอรู้ว่าของชิ้นนี้ เป็นของที่สำคัญกับเราที่สุด
เธอให้มันกับเราแล้วอย่าทวงคืนเด็ดขาดเลยนะ


เธอ.. คนบ้า.. ส่งของมาเยอะแยะ แล้วเราจะเอาหน้าที่ไหนไปยิ้มได้พอกับความสุขที่มี
เราไม่อยากให้เธอต้องมาลำบากเพราะของพวกนี้เลย เรายอมรับว่าเราดีใจที่ได้อะไรจากเธอ
สิ่งที่ทำให้ดีใจไม่ใช่สิ่งของ มันเป็นความรู้สึกที่เธอฝากมากับสิ่งของต่างๆเหล่านี้ต่างหาก
แต่ก็นั่นแหละ พอคิดว่าเธอต้องมาลำบากกับของพวกนี้ เราก็รู้สึกรังเกียจตัวเองที่มาดีใจบน
ความลำบากของเธอ..


เรา เธอนะ..
(sn) (l) (&)

Monday, September 06, 2004

Ultra Teddy >:)

ยอดหมีพิทักษ์คุณธรรม



กาลครั้งหนึ่ง มีจอมยุทธ์หมีผู้พิทักษ์คุณธรรมคอยปราบอธรรมเหล่าร้ายอยู่เสมอ






แต่แล้ว จอมยุทธ์หมีก็กลับมาคิดว่าการใช้กำลังเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนัก มาให้ความรักต่อกันดีกว่า






นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: การใช้กำลังหรืออารมณ์เป็นเรื่องไม่ดี หันมาเอาใจเค้าใส่ใจเราดีกว่านะ

Sunday, September 05, 2004

Windstruck

ช่วงนี้ ฝนตก ลมพัดแรง
คิดถึงหนังเรื่อง Windstruck:ยายตัวร้ายกับนายเซ่อซ่า ง่ะ

เวลาลมแรงๆคิดถึงฉากนี้ ..


เวลาฝนตก คิดถึงฉากนี้ ..


โหะ โหะ เค้าหน้าตาดี ทามอะไรก้อน่ารักไปหมด

ทำไมต้อง Windstruck
ก็เพราะเรื่องนี้พระเอกเป็นลม
(หมายถึงเป็นลมเย็นๆ บ่แม่นเป็นลมหมดสติ)

ตามสไตล์หนังเกาหลีอีกเช่นเคย ฮาแล้วก้อซึ้ง ประทับใจอีกแว้วจ้า

ดูแล้วอยากทำกังหันลมกะเค้าบ้าง เอาไปตั้งไว้หน้าบ้าน อย่างเทเลทับบี้ส์ อะหุ

น่ารักมั่กๆ ไปดูกันเถอะ

Saturday, September 04, 2004

สิ่งที่อยากได้

อะไรคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่อยากได้
อะไรที่คนเราควรได้

เราอยากได้สิ่งที่เราต้องการหรือสิ่งที่เราอยากได้
เราอยากได้สิ่งที่จำเป็นหรือสิ่งที่กิเลสบอกเรา

เราอยากได้รถส่วนตัว
พอเราได้รถก็อยากได้รถคันใหม่
พอเราได้รถคันใหม่ก็อยากได้รถที่แรงขึ้น
อยากได้บ้าน แล้วก็อยากได้บ้านหลังใหญ่

ไม่ได้บอกให้ใครละทิ้งสมมุติ
แต่อยากให้หลายๆคนได้คิดบ้างว่า สิ่งที่ยึดถือกันนะ บางครั้งมันไม่ได้มีคุณค่ามากขนาดนั้น
สิ่งที่เราควรทำคือหันกลับมามองคนข้างๆ มองพ่อแม่ ครอบครัว คนที่รักเรา และคนที่เรารัก
สะสมทรัพย์สมบัติมากมายท่วมหัวไปก็เท่านั้น อย่าเร่งสะสมทรัพย์เลย สะสมมิตรและความรู้ไม่ดีกว่าเหรอ..

Smoking Boy

วันนี้กลับบ้าน เปิดคอมพ์ทิ้งไว้ วางไปป์กับกล่องยาเส้นไว้บนโต๊ะข้างๆคอมพ์ เราก็มามัวแต่วุ่นๆพับผ้าจัดห้องซักพัก.. เอ๊ะกลิ่นอะไร เหมือนใครมาจุดธูปหอมในห้อง.. โดนผีหลอกซะละมั๊งบอมบ์เอ๊ย.. หันมาดูอีกที..



เด็กไม่ดีแอบขโมยไปป์เรามาสูบหน้าตาเฉย
ดูหน้าเค้าซิ พริ้มมากเลย..



เราก็ว่าทำไมยาเส้นหมดเร็วจัง
ไม่ไหวเลย ขอกันดีๆก็ได้ แอบมาใช้ของๆเค้าหน้าตาเฉย

Friday, September 03, 2004

ความรัก..

ความรักก็คือความรัก เราเองไม่รู้จักความรักดีขนาดนิยามมันได้ แต่เรารู้ว่า
ความรักที่เจ็บปวด ไม่ใช่เพราะรักทำเรา แต่เรานั่นเองที่ทำตัวเองและโยนความผิดไปให้ความรัก

ความรักทำให้คนสองคนมาอยู่ด้วยกัน แต่ความรักเพียงอย่างเดียวไม่พอที่ทำให้คน ๒ คนอยู่ด้วยกันไปตลอดได้
คน ๒ คนอยู่ด้วยกันได้ต้องมีความรักและความเข้าใจให้กัน สิ่งสมมุติอื่นใดนอกจากนี้เป็นเพียงสิ่งประดับ..

ชีวิตเรามีสมมุติต่างๆมากมาย ไม่มีใครมีชีวิตอยู่ได้โดยสิ่งใดๆเพียงอย่างเดียว ความรักก็เช่นเดียวกับชีวิตต้องการความใส่ใจต้องการความผูกพันธ์ดูแลเพื่อนให้ต้นรักเติบโตแข็งแรง
ชีวิตมีหลายรูปแบบ คนๆเดียวก็มีหลายอารมณ์ ความรักก็ไม่ต่าง มีรูปแบบหลากหลายเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา..

ความรักที่แสดงความเป็นเจ้าของก็ไม่ต่างจากเลี้ยงสัตว์ไว้ในกรงหรือล่ามโซ่
ความรักที่ไม่แสดงความเป็นเจ้าของเป็นการติดปีกให้คนรักของเราบินได้โดยอิสระ
ถ้าคนที่เรารักรักเรา ถึงเค้าจะมีอิสระมากแค่ไหนเค้าก็จะโบยบินอยู่ข้างเรา ภายในหัวใจรักของเรา..

บทเพลงรักมากมายที่พร่ำร้องกันไม่นิยามความรักได้เพียงเสี้ยว
แต่ถ้าเราอยู่กับคนที่เรารัก ไม่ต้องเอ่ยคำใดๆ แค่จับมือเค้าแล้วสบตา นิยามและความรู้สึกรักมากมายจะถูกอธิบายภายในเสี้ยววินาที


ความรักก็คือความรัก คำว่ารักเป็นเพียงคำสมมุติแทนสิ่งที่เป็น *ความรัก*
ถ้าอยากรู้จักความรัก อย่านิยามความรัก จงมีหัวใจที่มีรัก..

ทำไมต้องแตกต่าง..

จะอะไรกันนักกันหนากับชีวิต ทำไมต้องส่งเสริมให้แตกต่างด้วย ยิ่งส่งเสริมให้แตกต่างก็เท่ากับส่งเสริมให้คนเลียนแบบกันนั่นแหละ เลียนแบบที่จะแตกต่าง ยิ่งพยายามต่างก็ยิ่งเหมือนกัน และเป็นการเหมือนกันที่ไม่เป็นระเบียบอีกต่างหาก.. น่าจะส่งเสริมให้รู้จักตัวเองมากกว่า ความแตกต่างเป็นธรรมชาติของคนอยู่แล้ว แฝดฝาเดียวกันโตมาด้วยกัน นิสัยยังไม่เหมือนกันเลย..
มนุษย์ไม่ได้สมบูรณ์แบบขนาดที่คิดสร้างสรรค์เองได้ทุกเรื่อง สิ่งประดิษฐ์ทุกอย่างที่เราๆใช้ๆกันทุกวันนี้ก็สร้างต่อมาจากคนรุ่นก่อนหน้าทั้งนั้น คนรุ่นก่อนหน้าก็สร้างต่อจากคนรุ่นก่อนหน้าคนรุ่นก่อนหน้า (มึนแฮะ)
ถ้าเราจะลองทำตามคนอื่นบ้าง ลองทำสิ่งที่คนอื่นเค้าทำแล้ว ลองทำดูว่ามันดีไม่ดียังไง เป็นการเรียนรู้ เพราะไม่ใช่ความรู้ทุกอย่างที่เรียนได้จากการฟังเค้าเล่ามา ถ้าไม่ลองทำดูจะรู้จักมันได้ยังไง.. การลองทำตามคนอื่นไม่ใช่การเลียนแบบเสมอไป อาหารที่เรากินๆกันทุกวัน มันก็ของที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ทำตามคนรุ่นปู่รุ่นย่า แทนที่จะบอกให้ใครๆอย่าไปเลียนแบบคนอื่น ส่งเสริมให้ใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ไม่ดีกว่าเหรอ..

เฮ้อ.. อะไรกันนักกันหนาเน๊าะ.. ทำเหมือนคนอื่นบ้างไม่ได้เหรอ..

ไม่ได้มีอคติอะไร ไม่ได้มีใครว่ามา แค่รู้สึกว่ามันจะบ้าไปกันใหญ่ จะส่งเสริมความแตกต่างอะไรกันมากมาย ทำไมต้องไปว่าคนที่เค้าทำตามคนอื่นบ้างนิดๆหน่อยๆบางครั้งบางคราวว่าไร้ความคิดด้วย (วะ)..

Wednesday, September 01, 2004

ส.ค.ส. วันเกิด

วันเกิดตัวเองทั้งที หนึงรอสุขสันต์วันเกิด ทำเวบน่ารักๆให้ แถมได้ข่าวว่าส่ง sth มาด้วย
โทรไปหาคุณพ่อคุณแม่ให้อวยพรเราตอนเที่ยงคืน (ตี ๕ ที่เมืองไทยพอดี)
รามิโร่ เพื่อนชาวสเปนใจสปอร์ต ซื้อไปป์พร้อมเครื่องมือและยาเส้นครบชุด (แม่งซื้อได้ไงวะ แพงมากๆเลย)
มาอยู่คนเดียว ขอทำเพื่อตัวเอง ส่งส.ค.ส.ให้ตัวเองหน่อย ไม่มีปัญญาเขียน Flash เลยขอใช้ของฟรีจาก americangreetings (ก๊อบปี้โค้ดมาจาก หน้านี้)


สุขสันต์วันเกิดนะเว้ยไอ้บอมบ์..