Stop the habit of wishful thinking
and start the habit of thoughtful wishes.


Thursday, October 28, 2004

Dancing..

จำที่มาไม่ได้แล้ว.. แต่เปิดดูทุกวันเลยรูปนี้..




How can ones love together without thinking anything.
I mean ones's love, not ones' living..
How can a man like me being in love with one who never think about how I am.
How one considers between money and his/her love.
Why someone should consider his/her life or others' with the money,
the money they have or they will have...

Without you, there is no glory left in the world.
Without love, there is no life in my living.


PS. No need to correct my poor English. Thx.

Tuesday, October 26, 2004

ความเหงา..(ของหมา)



เห็นหมานั่งซึม .. คุณว่ามันคิดอะไรอยู่
หมามันจะเหงาเป็นมั๊ยนะ ?
ขอเป็นกำลังใจให้คนเหงาทุกทุกคน
และ anything ที่เหงาเป็น

.. สู้ต่อไป ไอ้มดแดง ..

Monday, October 25, 2004

ความเหงา..

เรามีทฤษฏีสั้นๆเกี่ยวกับความเหงาอยู่อันนึงว่า..

ความเหงามีอยู่ ๒ ประเภท
ประเภทแรก เป็นความเหงาที่เราจะรู้สึกเมื่ออยู่คนเดียว
ประเภทที่สอง เป็นความเหงาที่ถึงแม้จะอยู่กับคนมากมายแค่ไหนก็จะยังรู้สึก

ความเหงาทั้งสองเกิดมาจากการที่คนเราไม่สมบูรณ์แบบ เราต้องการใครซักคน
บางครั้งเราเหงาเพราะเราไม่มีใคร แต่มากไปกว่านั้น
การไม่ได้อยู่กับคนที่เรารักมันจะเหงาร้ายกาจกว่านั้นมาก

ความเหงาประเภทที่สอง แก้ไขยากกว่าประเภทที่หนึ่งมาก
ความเหงาประเภทที่สองมีโอกาสนำเราไปสู่ "ความสับสน" ได้ง่ายยิ่งนัก


แต่ความเหงานั้นก็ใช่ว่าจะมีแต่ข้อเสีย
วิธีการต่อสู้กับความเหงาที่ดีต้องไม่ใช้ "ความเคยชิน"
แต่เป็นการใช้ "ความคิด"
หลายๆครั้งที่เรารู้สึกว่า "ความเหงา" ทำให้เราโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

Saturday, October 23, 2004

TOP OF THE WORLD

Thursday, October 21, 2004

วงดนตรี CELLS

มาอยู่เยอรมัน ภาษาเยอรมัน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ ภาษาสเปน ฯลฯ มันต่างกันมาก เราพูดภาษาอังกฤษได้แต่ฟังภาษาเยอรมัน หรือภาษาอื่นๆไม่ออกเลย เคยสงสัยเหมือนกันว่าภาษาลาวต่างกับภาษาไทยมากไม๊ จนวันนี้ได้มาฟังเพลงภาษาลาว เอ.. ก็พอฟังฮู้เรื่องแฮะแสดงว่า ภาษาลาวกับไทยต่างกันไม่มาก ไปอยู่ลาวคงไม่ถึงขั้นอดตายเน๊าะ

วง CELLS วงดนตรีจากประเทศเพื่อนบ้านเรา ฟังกันได้ที่นี่เน้อ Lao Hub Music หรือถ้าอยากได้ข้อมูลก็แนะนำที่นี่ "ป๊อปลาว" ในความเคลื่อนไหว ที่ไทยไม่รู้

ปล. ขอบคุณน้องหนึ่งสำหรับ Links นะครับ
ปล๒. น้องหนึ่งเลิกทะเลาะกับแฟนทุกครั้งหลังอาหารด้วยเลยก็ดีนะครับ

Wednesday, October 20, 2004

มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ ๙

วันศุกร์นี้แล้วกับงาน มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ ๙ ชื่อแปลกๆดีแฮะ แต่เอาเถอะ สำหรับเราถ้ามีหนังสือถูกๆดีๆให้เลือกจับจ่ายก็ดีใจแล้ว..
คิดๆอยากฝากหนึงซื้อหนังสือ แต่ถ้าเราฝาก หนึงต้องลำบากมากๆแน่ๆเลย (เพราะรายการหนังสือยาวเหยียด) เอาไว้ได้ไปร่วมงานเมื่อไหร่ค่อยไปเลือกๆเองดีกว่า ส่วนหนึงนั้น เนื่องจากมีร่างกายกำยำแข็งแรง หรือเรียกง่ายๆว่า "ถึก" ก็ต้องรับหน้าที่ช่วยเราถือหนังสือเช่นเดิม

ปล. วันแรกไม่แนะนำให้ไปร่วมงานช่วงเช้า ถ้าจะไปแนะนำให้ไปวันเสาร์อาทิตย์ดีกว่า นั่งรถไฟฟ้าไปแล้วก็นั่งแท๊กซี่กลับ

กลอนๆเก่าๆ อ่านใหม่ตอนไข้จับ


ช่วงนี้เปื่อย แต่งานก็ยังยุ่ง..
ไม่มีแรงจะคิดอะไรมาก
กลับมาอ่านกลอนเก่าๆปลุกจิตสำนึกดีๆในใจตัวเอง
ปลุกตัวเองไว้ตลอดเวลา
ไม่เพื่อเอาชนะ แต่เพื่อให้มีแรงทำสิ่งดีๆ


โลก .... อังคาร กัลยาณพงศ์

๏ โลกนี้มิอยู่ด้วย มณี เดียวนา
ทรายและสิ่งอื่นมี ส่วนสร้าง
ปวงธาตุต่ำกลางดี ดุลยภาพ
ภาคจักรพาลมิร้าง เพราะน้ำแรงไหนฯ

๏ ภพนี้มิใช่หล้า หงส์ทอง เดียวเอย
กาก็เจ้าของครอง ชีพด้วย
เมาสมมุติจองหอง หินชาติ
น้ำมิตรแล้งโลกม้วย หมดสิ้นสุขศานต์ฯ

Monday, October 18, 2004

ชิว ชิว


ศัพท์ใหม่ อินเทรน โดยใจวัยรุ่น "ชิว ชิว"

ได้ยินจาก: ไอ้ฝน (พี่ท๊อปของพวกเรา)
ครั้งแรกที่ได้ยินคือ: วันที่ไปท่าพระจันทร์กันอ่ะ อ้อ!วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม
ความรู้สึกที่ได้ยินครั้งแรก: อะไรนะ เมื่อกี้มันพูดว่าอะไร .. ชิว ชิว .. แปลว่ารัยว๊า

แต่ไม่ต้องค้นหาความหมาย ข้าพเจ้าก็พอจะเดาๆไปตามสถานการณ์ในตอนนั้น
และทั้งๆที่ยังสรุปหาความหมายที่แน่นอนไม่ได้ ก็ชิว ชิวไปกะมันด้วย
มันซึม (หมายถึง ซึมซับ รับเข้ามาโดยที่ไม่รู้ตัว)
สันนิษฐานที่มา:
  • ชิว child(ren) อ่านว่า ชิว-เดร้น => เด็ก เด็ก
  • ปู่ชิว => ประมาณว่าปู่ชิวต้มน้ำแกงอร่อย สีซอก็ไพเราะ ก็เลยกินน้ำแกง ฟังเพลงกันไปอย่าง ชิว ชิว
  • ชิ่วๆ แล้วแผลงเป็น ชิวๆ => หึ หึ หึ (หมดมุข)

ที่มาจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจฉบับวันที่ 20 กันยายน 2547:
ชิว ชิว ศัพท์ ใหม่วัยรุ่น
การไป ชิลล์ๆ? (ออกเสียงอย่างง่ายๆ ว่า ชิวๆ?) คือ ภาษาวัยรุ่นยุคนี้ซึ่งหมายถึง การนั่งร่วมกลุ่มเพื่อนพูดคุย เมาท์คนอื่นแบบสบายอารมณ์ มีเครื่องดื่มหนักเบา แล้วแต่โอกาส อาจหมายรวมถึงการนั่งรับประทานอาหารในร้านที่มีบรรยากาศสบายๆ มีเสียงเพลงไม่ดังเกินไป เช่น ย่านถนนพระอาทิตย์ ร้านบรรยากาศดีๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่าน พระราม 5 รับประทานอาหารกันไป คุยกันไปแบบเรื่อยๆไม่มีเวลากำหนด

Sunday, October 17, 2004

ของขวัญวันเกิด


ว้าว!! ของขวัญวันเกิดจากเยอรมัน
หนึ่งในนั้นมีของเล่นชุด Happy Meal ที่รีเควสขอพี่หนวดคนไทยใจดี

ทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่า ..
ของเล่นชุด Happy Meal ตอนนี้ที่เมืองไทยกับเยอรมันเป็นชุดเดียวกัน
และ Made in China เหมือนกัน อีกด้วย

ส่วนรูปพี่หนวดข้าพเจ้าจะเอาไว้บูชา .. แหะ แหะ

ตุ๊กตาแกะหน้าหมาน้อยตีนจิ้งจกเกาะโลหะของพี่หนวดนี่ก็น่ารักมาก .. ติดหนึบๆ
ตอนนี้เอาไปติดกะตัวเล็ก .. แลดูเหมือนเป็นตุ๊กตาของตัวเล็กอีกที ..
น่ารักดี .. ชอบๆ ..

ขอบคุณมากกกกกๆ นะคะ
^______^

อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง.. เตรียมตัวกันให้พร้อม

ช่วงนี้ได้ยินเสียงรถฉุกเฉินทุกวันเลย สงสัยพออากาศเริ่มเย็นคนก็เลยป่วยกันเยอะ
จะว่าเค้าสำออยเรียกรถพยายามกันพร่ำเพรื่อก็ไม่น่าใช่ คนเยอรมันไม่เหมือนคน
อเมริกาซะหน่อย ถึกๆกันทั้งนั้น (แล้วก็ไม่ขี้ฟ้องด้วย) เอาเป็นว่ารถพยายามวิ่งเยอะละกัน
นึกถึงตอนเรามาใหม่ๆ ตอนนั้นอากาศ -20 C ไปเรียบร้อยแล้ว แต่เราไม่เคยได้ยินเสียง
รถพยาบาลเลย จนเราเองก็สงสัยว่าเค้ามีรถพยายามหรือเปล่า แต่ช่วงนี้ได้ยินบ่อยมาก
เราว่าอากาศถ้าเย็นมาก เราก็เตรียมตัวกันดีมาก จนถึงบางครั้งไม่ออกจากบ้านไปไหนกันเลย..
ปัญหาสำหรับร่างกายเราไม่ใช่อากาศเย็นหรือร้อน แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วต่างหาก
ปัญหาของชีวิตเหมือนกัน บางคนบอกถ้าตกงาน ถ้าจน ถ้าไม่มีจะกินอิ่มหนำเหมือนเมื่อก่อน
เค้าจะอยู่ไม่ได้ เค้าจะตายให้ได้ แต่เราว่า ปัญหาคือการที่เค้าต้องเปลี่ยนจากการเป็นคนมีอันจะกิน
เป็นคนที่ไม่มีอันจะกินมากกว่า..

เพื่อนๆเตรียมตัว เตรียมใจ ให้พร้อม ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจะได้ตั้งรับอย่างทันท่วงทีbr>

Friday, October 15, 2004

บทสัมภาษณ์ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง: กรูพญาอินทรีไม่แดกหนอน


บทสัมภาษณ์ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง: กรูพญาอินทรีไม่แดกหนอน

ขอบคุณพี่ Adek ที่ส่งบทสัมภาษณ์ดีๆ อ่านแล้วสะใจ ถามว่ารู้อะไรเพิ่มไม๊..นิดหน่อย แต่ได้ความรู้สึก ได้ความสะใจที่ไม่ทำร้ายใครมาแปลเป็นกำลังใจอีกนิดหน่อย..

Tuesday, October 12, 2004

ศิลปะ...อีกแนวหนึ่ง


เพิ่งรู้ว่าการเคาะคีย์บอร์ดนี่ก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่งเหมือนกัน
มีทั้งกดรัว กดด้วยน้ำหนักไม่เท่ากัน
ฟังดูน่าจะเอามา เข้าจังหวะประกอบบดนตรีได้เหมือนกันนะ
แนวเพลงประมาณฮิบฮอบหน่อยๆ ยิ่งจังหวะที่มีการสแครชแผ่นเนี่ย ใช่เลย!
หากศิลปินท่านใดสนใจ มิกซ์เสียงคีย์บอร์ดเป็นซาวด์เข้าไปด้วย
ติดต่อได้ที่พี่หนวด (ตาหมัก) คุณนพดล ศิริขำ ได้
รับรองไม่ผิดหวัง :)

Monday, October 11, 2004

ส.ค.ส. วันเกิดหมาน้อย

คงมีเด็กน้อยๆเกิดในวันนี้กันหลายคน มีใครหลายๆคนที่เคยเกิดในวันนี้ รวมถึงใครบางคนที่พิเศษกับเรามากมาย
บอมบ์เขียน flash ไม่เป็น ทำเวบไม่เก่ง (แต่ถนัดงานขโมย) ก็เลยแอบไปก๊อบปี้ สคส ใบนี้มาจาก americangreetings ไม่ว่ากันนะ

เรารู้จักกันมาหลายปีแล้ว ปีนี้เป็นปีที่พิเศษ จากเพื่อน จากรุ่นน้อง จนตอนนี้เธอมาเป็นเจ้าของหัวใจเราแล้ว เราอยากให้เธอรู้ว่าเธอน่ามาก จากวันแรกที่เจอกัน เธอน่ารักมากขึ้นๆ และโตขึ้นๆอยู่ในหัวใจเราทุกวัน

เรา เธอนะ (เขินอ่ะ )




สุขสันต์วันเกิดนะครับคนดีของบอมบ์..
สุขสันต์วันเกิดเพื่อนๆทุกคนที่เกิดวันเดียวกับคนดีของเราด้วย..

ฝน หนาว ใบไม้ร่วง ไส้เดือน

วันอาทิตย์ งานเร่ง ปั่นจักรยาน มาที่ทำงาน ทำงาน สูบไปป์ จิบกาแฟ
อากาศเย็นชื้น สลับกับเย็นแห้ง
ตามทางจักรยานมีเศษใบไม้ร่วงเต็มไปหมด
วันไหนฝนตก ใบไม้จะเปียกเรียบติดไปกับถนน
วันไหนฝนไม่ตก ใบไม้จะแห้ง ปั่นจักรยานทับไปบนใบไม้ดังกรอบๆแกร๊บๆ

วันนี้ใส่เสื้อสามตัวครั้งแรกในรอบหลายเดือน
ใส่ถุงมือปั่นจักรยาน
ใจลอยไปไหน คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
ไม่ได้คิดเรื่องตัวเอง ไม่ได้คิดเรื่องใครๆ
คิดเรื่องชีวิต ชีวิตของไส้เดือนเพื่อนร่วมโลก

ฝนตกที่ไรน้ำท่วมรังไส้เดือน
ไส้เดือนหนีน้ำมาบนปูน
ตัวไหนโชคดีถูกเหยียบตายไม่ทรมานมาก
ตัวไหนโชคร้าย ไม่ถูกเหยียบตาย
ต้องแห้งตายอย่างทรมานเพราะกลับรังลงดินไม่ได้

ฝนไม่ตกก็หนาวอยู่แล้ว ถ้าฝนตกจะหนาวอย่างร้ายกาจ
เราใส่เสื้อสามชั้นยังหนาวมากเลย
ไส้เดือนไม่มีเสื้อผ้าจะใส่ จะหนาวบ้างไม๊

หนาวแล้วคิดถึงเธอจัง อยากจับมือเค้า
หนาวแล้วร่างกายสั่น อยากให้เธอกอดเราจัง
ตอนนี้ต้องกอดตัวเองไปก่อน ไม่เป็นไร
มีสองมือจับมือตัวเองไปก่อนก็ได้
วันนี้เรามีมือ ๒ มือจับมือกันเอง
อีกไม่นานเราจะมีมือสี่มือ มาจับมือกัน


วันนี้เป็นอะไรไปนะเรา..
เพราะอากาศหนาว เพราะอารมณ์เหงา เพราะความเศร้า เพราะคิดถึงเค้า เพราะอนาคตเราไม่แน่นอน
ไม่เป็นไร ถ้ามันเหนื่อยนักเราจะหยุดพัก
ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ เราจะกลับไปสู่จุดที่ความวุ่นวายเข้าไม่ถึง



๒ ทุ่ม ๗ นาที กลับบ้านอาบน้ำนอนดีกว่า..

Sunday, October 10, 2004

เจ๋ง!



http://www.jotto.com/bubblesoap/bubblesoap.html

Friday, October 08, 2004

:)


วันนี้ไปดู Shark Tale มา โหะ โหะ เด็กเต็มโรง -_-!
ง่า คิดว่าเมเจอร์เป็นเนอสเซอรี่ไปซะแล้ว

วันนี้เสียงเด็กเซอราวด์รอบทิศทางมากๆ
รอบๆตัวมีเด็ก
เด็ก is all around. หะ หะ

และหากย้อนกลับไปในวัยเด็ก ทุกคนก็เคยผ่านพ้นวัยนี้มาแล้วทั้งนั้น
(เอ.. พี่หนวด จะเคยเป็นเด็กป๊ะวะ !?!)
วัยที่ช่างซัก ช่างถาม งอแงเวลาง่วง เวลาอยากได้ของเล่น
อืมนะ เป็นธรรมดาของเด็กโลก ... ปลงซะอย่างงั้น

ดูๆหนังอยู่ก็จะมีทั้งเสียงซักถามเป็นระยะ ๆ
"แม่.. แมงกระพรุนมันช๊อตไฟด้วยเร๋อ"
"แม่.. มันหายไปไหนแล้ว"
"แง้.. แง้.." (เด็กร้องไห้)
"กรอบ แกรบ กรอบ แกรบ" เสียงเด็กจกขนม
อ่า .. แต่ที่ขาดไม่ได้ก้อเสียงหัวเราะ ของเด็กๆ
ทำให้การ์ตูนได้รสชาติดีเหมือนกัน .. ดี ดี ..

ส่วนการ์ตูน สนุกดี ฮาดี มีคติสอนใจ
เก่งๆ ทำปลาให้แลดูเซ็กซี่ได้ โอว สยิวกิ้วว

เออ .. ในขณะที่รอหนังฉาย ก็เดินเล่นหาอะไรกินกะนกไปพลางๆ
ก็เห็นเครปชาเขียว โอวว อินเทรนด์มากๆ
แต่ไม่ได้ลอง ไม่อยากลอง รสชาติคงปะแล่มปะแล่มแปลกๆ
เด๋วนี้อะไรๆก็ชาเขียว ขนมไหว้พระจันทร์ที่ผ่านมา ก็มีไส้ชาเขียว
(ก็โอนะฮ๊า .. ข้าพเจ้าลองแล้ว)
เดนทีนชาเขียว มาม่าชาเขียว โอ๊ะ โอว เซ็งจิต
หมากฝรั่งก็ชาเขียว มาม่าที่ someone ที่มีหนวด ใส่แว่น ชอบว่าไม่มีประโยชน์
เด๋วนี้ ก็หันมาทำเส้นชาเขียว อย่างน้อยเส้น ก็ชาเขียวนะเว้ย มีประโยชน์ขึ้นมาอีก step
ต่อไปอะไรจะชาเขียวอีกวะเนี่ย msn ชาเขียว จะมีม๊ะ !?!
เด๋วมันจะต้องมียาสระผมชาเขียว ยาล้างจานชาเขียว ข้าวมันไก่ชาเขียว แกง(ชา)เขียวหวานไก่
ยากันยุงกลิ่นชาเขียว ไบกอนชาเขียว กระจายรัศมีวงกว้าง สูดกลิ่นเพื่อสุขภาพ หะ หะ

เรายังคงติดตามเทคโนโลยีชาเขียวกันต่อไป มันมาแน่ !!

ยาก เยอะ และ เร่ง!

เหนื่อยจัง งานยาก เยอะ และเร่ง
งานแบบนี้น่าจะจัดเป็นฝันร้ายของเราเลย
งานมันจะสนุกขึ้นอีกเยอะ ถ้ามันไม่เร่งขนาดนี้

เจ้านายครับ คราวหลังบอกกันก่อนล่วงหน้านานๆนะครับ (คิดในใจ)

สู้ต่อไปนาย น้อง เค้าเป็นกำลังใจให้อยู่ (เข้าข้างตัวเองเห้ๆเลย)

Don't panic! You'll make it!
Es wird schön gut gehen.

Thursday, October 07, 2004

Nobody Knows


วันนี้ไปดูหนังคนเดียวเป็นครั้งแรก ไปถึงลิโด้กันเลยทีเดียว
เพราะที่อื่นไม่มีหนังเรื่องนี้ฉายอ่ะ

Nobody Knows (Daremo shiranai)

แสดงภาพของเด็กที่ตกไปอยู่ในสังคมของผู้ใหญ่ที่ไร้ความรับผิดชอบซึ่งรู้สึกโหดร้ายแต่จะเข้าใจและเห็นใจเธอผู้เป็นแม่ที่มีความเป็นมนุษย์จำเป็นต้องทอดทิ้งลูกทั้งสี่คนให้ต่อสู้เลี้ยงชีวิตให้อยู่รอด ด้วยการช่วยเหลือและพึ่งพาอาศัยกันและกัน เป็นเรื่องที่มีแต่ความซาบซึ้งใจในความเป็นครอบครัวและรู้ซึ้งถึงความรักที่มีให้กันในความเป็นพี่น้อง --movieseer

มีคำโปรโมทบนโปสเตอร์ว่า ...
"ถ้าคุณเป็นพี่คนโตคุณจะต้องร้องไห้เมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้
ถ้าคุณเป็นน้องคนเล็ก คุณจะโตขึ้นหลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ
และถ้าคุณเป็นทั้งพี่และน้อง หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณรักพวกเค้ามากขึ้น "

ในฐานะน้องคนเล็ก ... ฉันได้อะไรดีดีจากหนังเรื่องนี้ มาพอสมควร

แนะนำๆ Pictures Trash

Pictures Trash เป็น blog ใหม่สดๆร้อนๆของเราเอง เอาไว้ทิ้งรูป รูปหลายๆรูปที่เราคิดว่าไม่สวยพอ หรือไม่สามารถต่อเป็นเรื่องได้ก็จะัถูกโยนไว้ที่นั่น หน้่าแรกอาจจะใหญ่หน่อยเพราะมีแต่รูป ก็อย่างว่าแหละ เอาไว้เก็บรูปนี่หว่า

Wednesday, October 06, 2004

ทริปเล็กๆ บนถนนพระอาทิตย์


นานๆที เด็กชานเมืองอย่างข้าพเจ้าจะเข้าไปในเมือง ใจกลางพระนครกับเขาซักที ยิ่งเป็นยามราตรี อยากไปเห็นแสงสีของวัดวาอาราม สถานที่สำคัญๆ แม่น้ำ เป็นต้น

วันนี้ได้โอกาสเหมาะ (วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม) บังเอิญว่าไปธุระ (งานศพยายเพื่อนแถวๆนั้น) มีการนัดแนะกันต่อว่าเราจะไปกินเบเกอรี่กันที่ถนนพระอาทิตย์ โดยฝน (หรือพี่ท๊อป นามสมมติ)นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นไกด์ทัวร์ ออกจากหน้าวัดก็โบกตุ๊ก ตุ๊กกันเลย .. ต่อรองไม่นาน เห็นว่าราคาพอเหมาะ ก็ขึ้นเลย อัดสี่ .. ตุ๊ก ตุ๊ก จะหงายหน้าเอา ..

ระหว่างทางผ่านสถานที่สำคัญมากมาย ฝนก็บบรรยายรอบทาง อาธิ นี่คือโลหะปราสาท วัดบวรฯ (มีการให้ความรู้เสริมด้วยว่าที่สมัยในหลวงทรงผนวช ก็ประทับที่วัดนี้) ฯลฯ รู้สึกประทับใจในบรรยากาศสองข้างทางมากๆ ถ้ามีกล้องถ่ายรูปก็คงจะดี ประทับใจในความสนุกเฮฮาบนรถตุ๊ก ตุ๊กอีกด้วย

ในทีสุดเราก็ลงตรงถนนพระทิตย์ เดินไปอีกหน่อยก็จะถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ของพี่ท๊อป (ไอ้ฝนนั่นเอง มีบุคคลิกที่ฮาและมั่นใจเหมือนพี่ท๊อป ดารณีนุชมากๆ) แต่ไม่ไป เราจะไปกินเบเกอรี่กัน ฝนแนะนำสองร้าน ร้านเชฟฟรอน กับร้านบ้านพระอาทิตย์ สรุปว่าเราไปกินกันที่ร้านบ้านพระอาทิตย์เพราะร้านเชฟฟรอนปิดสามทุ่ม ส่วนบ้านพระอาทิตย์ปิดสี่ทุ่ม (จำไว้นะ เผื่อวันหลังมากิน) ร้านบ้านพระอาทิตย์อยู่ริมถนน อยู่ในรั้วเดียวกับสำนักพิมพ์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ตึกสวยมาก ฝนให้เหตุผลว่าน่าจะเป็นวังเก่า ส่วนข้างๆสำนักพิมพ์ไปหน่อย เป็นบ้านของหม่อมอะไรซักอย่างนี่แหละ อืม แอบมองไปข้างใน คลาสสิคดี ..

ในร้านบ้านพระอาทิตย์ เราก็สั่งเบเกอรี่กินกัน อร่อยมาก ได้กินแค่สี่อย่างคาดว่าต้องมาอีกคราวหน้า มากินที่เหลือแน่ๆ ขนมที่อร่อยประกอบกับบรรยากาศที่ดี อยากอยู่ต่อนานๆ แต่ทว่าเวลาเรามีน้อย เด๋วฝนจะพาเราไปดูแม่น้ำเจ้าพระยากันที่ป้อมพระสุเมรุ เดินไปไม่ไกลอ่ะ ตรงนั้นมีเด็กแนวมาเล่นสเก็ตบอร์ดเป็นหย่อมๆ แล้วเราก็เดินไปตรงแม่น้ำกัน ตรงนั้นก็มีคนหลายคู่มานั่งคุยกันดูแม่น้ำกันไป คุยกันไป อ่าหุ .. มองออกไปก็จะมีด้านซ้ายมือเป็นสะพานพระปิ่นเกล้า ส่วนขวามือก็สะพานพระรามแปด แอบเห็นตึกสโนไวท์อาบ อบ นวดอยู่กรายๆ หึ หึ .. เห็นโรงพยาบาลศิริราช แล้วก็โรงแรมอะไรก็ไม่รู้ น้ำในแม่น้ำตอนกลางคืนนี่ดูสวยดีเหมือนกัน เป็นเงาๆ สะท้อนแสงไฟ แสงจันทร์ดี ตรงบริเวณสวนหย่อมนั้นมีต้นลำพูอยู่ไม่กี่ต้น ฝนบอกว่านี่เป็นต้นลำพูที่เดียวในแถบนี้แล้ว มีอยู่ไม่กี่ต้น และเป็นที่มาของคำว่าบางลำพู เพราะเมื่อก่อนมีเยอะเป็นบางเลย (เมื่อก่อนแถวบางกะปิก็มี กะปิเยอะเป็นบางเหมือนกัน เคยเอาจักรยานไปเติมลมที่ร้านลุงใจดีคนหนึ่ง ร้านลุงมีขายน้ำเก็กฮวยด้วย ก็เลยนั่งกินกัน แกก็เล่าเรือ่งต่างๆให้ฟัง เช่นว่าสมัยลุงยังหนุ่ม แถวบางกะปิเนี่ย เค้าขายกะปิกันนเยอะมาก ประมาณว่าขายกันบนเรือ จริงๆมีรายละเอียดมากกว่านี้อีก แต่จำไม่ได้แล้วอ่ะ ทำให้ข้าพเจ้าสงสัยต่อว่าอย่างบางรักนี่ ..จะรักกันสนั่นเมือง หรือต้นรักเยอะกันแน่นะเนี่ย ^_^)

อ่ะต่อ .. พอเรากินลม ชมวิว กันพอสมควร เราจะไปถนนข้าวสารกัน ฝนบอกว่าวันนี้ตามร้านต่างๆเข้าฟรี ไม่คิดเงิน ปกติวันอื่นเค้าจะเก็บค่าเข้า เอาวะ อยากรู้เหมือนกัน ในนั้นมีอะไร ก็เลยโบกตุ๊ก ตุ๊กไปกันต่อ พอถึงถนนข้าวสาร ก็แสงสีอีก แต่คนละฟิวกับแสงสีที่เห็นเมื่อตะกี้ ข้าพเจ้ากับฝนเอาบัตรประชาชนมา ก็เลยขอเข้าไปดูบรรยากาศข้างในร้านแห่งนึงซะหน่อย ก่อนเข้ามีทั้งตรวจบัตรและตรวจเป้ คนตรวจเค้าก้อคงงง .. คือสิ่งที่เอาติดตัวมาด้วย ก็คือ ทิวลี่ (ขนมรสช๊อกโกแลต 5 อัน หะ หะ งงไปเลยดิเพ่ แล้วก็ Text book แลดูเหมือนเด็กเรียน มาเที่ยวผับบาร์) ข้างในก็มืดๆ มีเสียงเพลง มีคนนั่งกินกัน ทุกสายตาจับจ้องมาที่ข้าพเจ้าและฝน แต่งตัวโลคลาสมากๆ (ฮ่า ฮ่า กรูตั้งใจมางานศพนี่หว่า) เอาวะ ไม่กัว เว้ย มีเพื่อน อะไรก็เป็นเรื่องเล็กไปหมด นั่งได้ซักพัก ไม่ทันพี่บ๋อยได้มาถาม ก็ออกกันแล้ว โหะ โหะ เข้ามาพอได้เห็นอะไรที่อยากเห็น แต่เสียดายไม่ได้เห็นคนแดนซ์ เพราะคนยังน้อยอยู่เลย ตอนนั้นสี่ทุ่มโดยประมาณ ไปหาที่ใหม่กัน

ในที่สุดเรามาลงเอยกันที่ Restaurant แห่งหนึ่ง ไม่ใช่ผับแดนซ์ มีแต่เหล้า เบียร์ อาหาร โต๊ะสนุ๊ก บรรยากาศสว่างๆ ไม่มืดเหมือเมื่อกี้ ที่นี่เปิดถึงเช้าเพราะเป็น Restaurant หลังจากตีหนึ่งก็ไม่ให้สั่งเหล้า เบียร์ (ดังนั้น เราต้องสั่งมากั๊กไว้เยอะๆ หุ หุ) สั่งเบียร์หนึ่งเหยือกกินกะฝนสองคน ในสายตาเพื่อนๆแล้ว ข้าพเจ้าดูขี้เมาเอามากๆ หารู้ไม่นี่เป็นการกินเบียร์อย่างจริงจังครั้งที่สองในชีวิต ครั้งแรกก็เพิ่งไม่นานมานี้ เอาเบียร์กระป๋องที่บ้านที่ได้จากตอนปีใหม่ มาเปิดกิน .. โหะๆ ขมดี ไม่เย็นอีกต่างหาก คราวนี้ก็เบียร์เย็นๆ มาเป็นเหยือก ตกใจอยู่ แต่เอาซักหน่อย ไหนๆก็ไหนๆ กินกับเพื่อนคงไม่เป็นอะไรกระมัง กินกันไป ก็นั่งเล่าเรือ่งราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตกันไป มีทุกข์ มีสุข ดีใจมากที่ทุกคนคิดตรงกัน ไม่มีเพื่อนที่ไหนเข้าใจเราดีเท่ากะพวกเราอีกแล้ว มันไม่ต้องพูดอะไรกันมาก ต่างคนต่างรู้ว่าเป็นยังไง เรื่องที่ไม่ควรพูดก็ไม่นำมาพูดให้ต้องเสียความรู้สึก ไม่มีเสแสร้ง ไม่ถามเซ้าซี้ ไม่พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด และรู้ว่าเราเป็นคนยังไง .. ดีใจจัง .. แต่กินเบียร์ไปนี่ก็มึนๆนิดหน่อย (นิดหน่อยเท่านั้น) แล้วเราก็กลับบ้านกัน ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถแท๊กซี่ มีการพูดคุย และปลอบใจกันนิดหน่อย อบอุ่นมากๆ ไม่เจอแบบนี้มานานมากแล้ว .. รักพวกแกจริงๆ พอกลับถึงบ้านก็มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น ... แต่ก็ยินดีที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ขออภัยในความงี่เง่าที่มี ... (พูดไปก็เท่านั้น)...

Monday, October 04, 2004

สิมิลัน เพื่อนๆ ฉัน เธอ เจอกันต้นปีหน้านะ

จดๆไว้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หนึ่งในทริปของเรา ลองค้นๆรูปจาก google หน่อยซิ อืม.. จดเอาไว้เดี๋ยวกลับมาทำการบ้านตอนหลัง จะไปบุ๋งๆเซย์ฮาโหลกับฝูงปลา ปะการัง และสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ
แต่ก่อนอื่น เราไปสมัครเป็นสมาชิกสระว่ายน้ำแถวๆนี้ก่อนดีกว่า

เวบ: Akiyoshi's illusion pages

จดไว้ๆ เวบนี้สำหรับคนชอบมองภาพมึนๆ มองแล้วเหมือนหัวจะหมุนตามรูป ทั้งๆที่รูปอยู่นิ่ง บางรูปก็ทำให้เส้นตรงกลายเป็นเส้นบูดๆเบี้ยวๆ ลองดูกัน Akiyoshi's illusion pages

Sunday, October 03, 2004

เดินเล่น Marienplatz

ไป Marienplatz มาหลายสิบรอบแล้ว แต่ก็ยังเดินไม่ทั่วซะที วันนี้ก็เจออีกมุมนึงที่ยังไม่เคยไป เจอร้านของเล่นน่ารักๆอยู่ร้านนัง เราไปขลุกอยู่ในร้านเค้านานเชียว ร้านของเล่นเล็กๆแต่อยู่นานเกือบชั่วโมง ยืนดูกล่องดนตรี มีตั้งแต่ราคาพันบาทไปจนถึงหลักหมื่น (แค่กล่องเพลงเนี่ยนะเฮ้อ) มีกังหันเล็กๆหมุนตามแสงอาทิตย์ด้วยแน๊ะ เท่ห์ดี มีรถลานแบบไม่มีรถ มีขาลานกระเด้งๆกระโดดโหยงเหยง มีหนังสือเด็กๆเยอะเชียว ร้านนี้เป็นสวรรค์ของเด็กๆเลยล่ะ (ขนาดเราไม่ใช่เด็กๆแล้วยังชอบเลย) ออกจากร้านของเล่นก็ตรงไปร้าน Hugendubel ที่เดิมของเรา วันนี้ได้ดิกฯ Langenscheidt เยอรมัน->อังกฤษ มาเล่มนึง ตั้งใจเรียนภาษาจริงๆได้แล้วเจ้าบอมบ์ สู้สู้