Stop the habit of wishful thinking
and start the habit of thoughtful wishes.


Monday, January 31, 2005

สิ่งที่ทรงพลังที่สุดในโลก

เมื่อวานนั่งคิดมาก็วๆคิด คิดไปกไปถึง "สิ่งที่มีพลังที่สุดในโลก"
ระเบิดนิวเคลียร์ทำลายบ้านเรือนหายไปอย่างไร้ตอได้ภายในเวลาวูบเดียวเหมือนลมพัด
หรือว่าจะเป็น ความรัก ความรักบันดาลให้โลกสดใส หรือจะให้โลกทั้งโลกกลายเป็นนรก
สงครามหลายครั้งในอดีตก็เริ่มต้นมาจากความรักของผู้นำ
เอ๊ะ หรือว่าจะเป็นคน คนนั่นแหละที่สร้างระเบิดนิวเคลียร์ แต่คนก็กหนีไม่พ้น
บ่วงของความรักอีกนั่นแหละ มีคนมากมายที่ยอมตายบูชาความรักของตัวเอง
คิดไปคิดมาก็พบกับข้อสรุปว่า เวลาต่างหากคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่
หลายๆสิ่งอาจจะทำให้เวลาบูดเบี้ยวไปได้บ้าง แต่เวลานั่นแหละพิสูจน์
ความแน่นอนและพลังของมันเองอยู่เสมอ ระเบิดนิวเคลียร์ทำลายเมืองญี่ปุ่น
ไปสองเมือง แต่เวลาก็มารักษาแผลในใจคนญี่ปุ่นจากรุ่นสู่รุ่น คนญี่ปุ่น
ในปัจจุบันอาจจะไม่นึกถึงเรื่องนี้กันเท่าไหร่ และใช้ชีวิตไม่ขันแข็งเหมือน
คนญี่ปุ่นในยุคหลังสงคราม
ความรักก็เช่นกัน บางครั้งเราอยู่กับคนที่เรารัก เวลามันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน
แต่พอตกอยู่ในสถานการณ์แย่ๆ เวลากลับผ่านไปช้า ดูเหมือนเรื่องต่างๆจะมีอิทธิพลกับ
เวลา แต่ลองมองดูดีๆเถิด คนอกหักจะเป็นจะตาย สิ่งที่จะเยี่ยวยาเค้าก็คือเวลา
นั่นเอง และสิ่งที่เปลี่ยนความรักธรรมดา เป็นความรักอันยิ่งใหญ่ก็คือความผูกพัน
ซึ่งเป็นผลมาจากวันเวลาที่ใช้ร่วมกัน
ดูๆเหมือนว่าเวลาจะมีพลังรักษาอันยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แค่นั้นหรอก
ตอนนี้เราเรียนจบมาสองปีแล้ว แค่สองปีที่จบจากลาดกระบัง หกปีที่จบจากพระนครเหนือ
เก้าปีที่จบจาก ภ.ป.ร. สิบเอ็ดปีที่จบจากศาลจ้าวอาม้า เราเคยพยายามนั่งไล่ๆนึกๆ
ถึงเพื่อนสมัยเก่า เพื่อนจากลาดกระบังเนี่ย ยังพอจำได้ เพราะได้คุยกันบ่อยๆ
เพื่อนจากพระนครเหนือ ก็ยังมีอยู่ในความจำบ้างไม่น้อย เพราะว่าเราคุยบกันถึง
เพื่อนบางคนอยู่ แต่เพื่อนจากสมัย ภ.ป.ร. กับ สมัยศาลจ้าวอาม้าเนี่ย หลายๆครั้ง
เรารู้สึกถึง แต่เรานึกถึงเพื่อนไม่ออก นึกได้แต่ริ้วรอยบางอย่างของความทรงจำ
เป็นรอยบางๆที่ถ้าไม่พยายามเพ่งก็คงมองข้ามไป เวลานี่ช่างร้ายกาจเหลือเกิน
ทำให้เราลืมเพื่อนได้มากมายหลายคน เพื่อนเราก็คงอาจจะเช่นกัน ถ้าเวลาผ่านไป
อีกซักยี่สิบปี เพื่อนๆคงจำเราไม่ได้ ผ่านไปอีกซักร้อยปี ลูกหลานที่จำชื่อเราได้
คงน้อยลง หลังจากสองร้อยปี ชื่อเราคงถูกลบอย่างสมบูรณ์จากความทรงจำ..

เวลา.. สิ่งอันทรงพลัง..
เวลา.. เพียรหมุนไปข้างหน้า ไม่เคยไหลย้อนกลับ

บางรักซอยเก้า

วันนี้ตื่นมาบ่ายสามอยู่บ้านไม่ได้ไปไหน
เริ่มดาวน์โหลดบางรักซอยเก้ามาดูอีกแล้ว
น่าแปลกใจ ตลอดเวลาที่อยู่เมืองไทย ไม่เคยได้ดูเลย
ทั้งๆที่แค่เปิดทีวีก็ได้ดูแบบชัดๆจอใหญ่ๆแล้ว ตอนนี้ก็ค่อยๆ
ตามเก็บตอนเก่าๆ

พึ่งมาสังเกตุเหมือนกันว่าบางรักซอยเก้าหลังๆไม่ค่อยไร้สาระแบบเมื่อก่อน มีอะไรน้ำเน่าๆเยอะ สงสัยเราจะชอบอะไรเน่าๆแน่เลย ถึงไม่เคยสังเกตุเห็น

สี่ทุ่มสี่สิบสี่ ดึกกว่าปกติแฮะ
ไปนอนดีกั่ว

Sunday, January 30, 2005

ทำกับข้าวทรหด

เมื่อวานไปช่วยพี่ป้านทำกับข้าวในงานปาร์ตี้ของนักเรียนทหาร
ทำของทั่วๆไป เกี๊ยวทอด ปอเปี๊ยะทอด แล้วก็ก๋วยเตี๋ยวผัด
ใช้สปาเก็ตตี้นั่นแหละทำ ง่ายดี เค้าว่าปีนี้คนน้อย
ของเหลือเยอะเชียว เหลือพอที่จะเป็นอาหารของคนนึงได้ทั้งเดือนเลยล่ะ
เสียดายแทน ช่วงทำแล้วก็ยังช่วยกันล้างจานอีกต่างหาก
เริ่มทำกันบ่ายสอง ทำขนล้างจานเสร็จตีห้า
กลับถึงบ้านเจ็ดโมงพอดีเลย (หน้าหนาวเจ็ดโมงยังมืดอยู่)
กลับมาถึงบ้าน ด้วยความเหนื่อยอยากจะนอนเลย แต่อยู่หน้าเตา
มาทั้งคืน นอนเลยไม่ไหว เหม็นมาก ฝืนใจเดินไปอาบน้ำ
แต่งตัวฟังเดอะช๊อก นอนหลับอย่างรวดเร็ว

ตื่นมาอีกทีบ่ายสาม วันนี้มีแดดด้วย ออกไปถ่ายรูปกวางดีกว่า
แต่เมื่อยเนี้อเมื่อยตัว ขี้เกียจๆ รู้สึกตัวหนักๆ ห้องก็ยังไม่จัด
ขอนอนอ่านหนังสือที่บ้านดีกว่านะ..

Friday, January 28, 2005

Meaning and Definition of Love


Later, I'll post about love as few as possible. I promise

Love Meaning and Definition
  1. (n.) A thin silk stuff.
  2. (n.) A climbing species of Clematis (C. Vitalba).
  3. (n.) The object of affection; -- often employed in endearing address.
  4. (n.) Cupid, the god of love; sometimes, Venus.
  5. (n.) Nothing; no points scored on one side; -- used in counting score at tennis, etc.
  6. (n.) To take delight or pleasure in; to have a strong liking or desire for, or interest in; to be pleased with; to like; as, to love books; to love adventures.
  7. (n.) To regard with passionate and devoted affection, as that of one sex for the other.
  8. (v. i.) To have the feeling of love; to be in love.
  9. (n.) Courtship; -- chiefly in the phrase to make love, i. e., to court, to woo, to solicit union in marriage.
  10. (n.) Affection; kind feeling; friendship; strong liking or desire; fondness; good will; -- opposed to hate; often with of and an object.
  11. (n.) Due gratitude and reverence to God.
  12. (n.) To have a feeling of love for; to regard with affection or good will; as, to love one's children and friends; to love one's country; to love one's God.
  13. (n.) Especially, devoted attachment to, or tender or passionate affection for, one of the opposite sex.
  14. (n.) A feeling of strong attachment induced by that which delights or commands admiration; preeminent kindness or devotion to another; affection; tenderness; as, the love of brothers and sisters.
Love synonyms
Bang, Bed, Beloved, Dear, Enjoy, Honey, Hump, Know, Passion, Screw

Love antonyms
Detest, Hate, Hatred

Definition from Thinkexist.com
I also provide Meaning and Definition of Love in DataMatrix ECC200

Tuesday, January 25, 2005

I'm just..

I'm just sitting here all by my lonesome.
Alone, in the whole office in very early morning.

Last night, I hardly slept. It was worse than having a nightmare.
Such a situation's pushing me badly. Last morning, I arrived at
the office before 7am, before the sun was shining. There has only
been 2 colours left, the black of trees and white of snow.
However, in my mind, I hardly find any colour but black...

Life must go on. I must never stop advancing.

I'm just sitting here all by my lonesome.
Alone, working.

Monday, January 24, 2005

Get back to..


Get back to work.. Get back to real-ity

ท่อนทำนองที่เรากับรามิโร่ร้องบ่อยๆเวลากลับจากทานข้าวเที่ยง
วันนี้ ขอร้องอีกซักรอบ...

หยุดงานไปซะนาน นานกว่าที่วางแผนไว้ซะอีก

เอาล่ะ ความสับสน ความเหงา ความเศร้าหงอยใดๆ ทิ้งมันไว้ที่บ้าน
แล้วก็ลุยสู้ต่อไป

Sunday, January 23, 2005

เริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง




มาถึงมิวนิคได้เป็นวันที่สองแล้ว
เป็นครั้งที่สองด้วยเช่นกัน
ครั้งแรกที่มาถึงหนาวมาก หิมะหนาเตอะ ตอนนั้นจำอะไรไม่ได้มาก
ได้แต่รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆ (แค่หิมะก็ทำเราตื่นเต้นได้นานแล้ว)
ครั้งนี้ มีความรู้สึกหลากหลาย เหงา สนุก คิดถึงบ้าน สบาย
ความรู้สึกหลายๆอย่างที่โดยนัยแล้วขัดกัน แต่เราก็รู้สึกมันสลับสับกันไป
วันแรกมาถึงเคลมกระเป๋า รามิโรรออยู่ตรงประตู ตอนประมาณ ๒ ทุ่ม ขับรถกลับบ้าน
กระเป๋าแม่งโคตรหนักเลย จนตอนนี้ก็ยังปวดแขนอยู่ (กรูไม่น่าอยู่ชั้นห้าเล้ย)
ถึงบ้านก็นั่งกินเหล้ากันสองคน คุยแลกเปลี่ยนกันถึงเรื่องราวที่ผ่านมาตลอดเดือนนึง
วันรุ่งขึ้นเจอฝุ่นใน CCD เป่าก็ไม่ออก ร้านกล้องแม่งก็ไม่มีบริการทำความสะอาดฝุ่นอีก
พี่แซนด์กับน้อง แล้วก็แก๊บมาทำกับข้าวให้กินที่บ้าน เรานอนพักผ่อน
เค้าออกไปเที่ยวกัน เราก็นอนพักผ่อน เนื่องจากรู้สึกเหนื่อย แล้วก็
อืม.. อารมณ์แปรปรวน ไม่ค่อยอยากออกไปไหน ไปก็ไม่สนุก
เดี๋ยวจะพาลให้คนอื่นเซ็งไปด้วย

ชีวิตในเยอรมันของเราต้องเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง
ชีวิตเรื่องอื่นๆก็เช่นกัน เดือนนึงในเมืองไทย เหมือนจะไม่ได้ทำอะไร
แต่ก็มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ไม่มีเรื่องไหนสำคัญเท่าเรื่องของเรากับเค้า
กลับมาเยอรมันครั้งนี้ นอกจากชีวิตในเยอรมันต้องเริ่มอีกครั้ง
ชีวิตส่วนตัวของเราก็เช่นกัน มาครั้งนี้ ไม่มีใครให้คิดถึง (และก็อาจจะไม่มีใครคิดถึง)
เหงาแปลกๆ น่าจะเป็นหงอยมากกว่า อย่างนี้ใช่ไม๊ที่เค้าเรียกว่าเหงาจับใจ
แต่เอาเถอะเราเคยผ่านมันมาแล้ว เราจะต้องผ่านมันอีก และจะผ่านมันได้ดีกว่าครั้งที่ผ่านๆมาด้วย

สองวันนี้ความรู้สึกมากมายหลากหลายได้ผ่านเข้ามา เยอะกว่าครั้งแรกเสียอีก
สองวันที่ความรู้สึกขึ้นลง สงบใจด้วยการเดินเล่นในสวนสาธารณะ ดูเด็กๆเล่นรถเลื่อน
ดูลุงๆเล่นหมากรุกยักษ์ แล้วก็ถ่ายรูปกวาง แต่แม่งง นกเชี่ยแม่งอึใส่กล้องตรู
กลับบ้านด้วยอารมณ์เซ็ง..

Wednesday, January 19, 2005

กลับแล้วนะ




ครั้งที่แล้วกลับเมืองไทย ครั้งนี้กลับเยอรมัน
ความสับสน ความเปลี่ยนแปลง ความลำบาก ความเหงา และความท้าทาย
ถ้าใครจะไปส่งก็ TG924 วันศุกร์ Terminal 1 เครื่องออกบ่ายโมง
แต่ถ้าไม่ลำบากก็ไม่ต้องกังวล ดวงไม่ถึงฆาตชาตินี้คงได้เจอกันใหม่

DATE   FLIGHT INFO    FROM           TO            DEP   ARR  TRAVEL INFO
-------------------------------------------------------------------------
 
21JAN  THAI AIRWAYS I BANGKOK        MUNICH        1330  1915  DURATION
FRI    TG 924  B      BANGKOK INTL   FRANZ J STRAUSS           11:45
       ECONOMY CLASS  TERMINAL 1     TERMINAL 2                NON STOP
       NON SMOKING
       BOEING 747 ALL SERIES PASSENGER
       MEAL
       RESERVATION CONFIRMED

Friday, January 14, 2005

จังหวะกับชีวิต

จังหวะก็คือจังหวะ เหมือนกับจังหวะดนตรี จังหวะการทำงาน
จังหวะเป็นเรื่องที่หลายๆคนมองข้ามไป ทั้งๆที่ทุกอย่างรอบตัว
ก็มีจังหวะของมัน เพลงก็มีจังหวะ นกบินก็มีจังหวะ
ลมพัดก็เป็นจังหวะแถมยังทำให้ยอดไม้ไหวเป็นจังหวะ
ชีวิตก็นั่นเอง มีจังหวะของมัน แต่ละคน แต่ละชีวิต
ก็มีจังหวะของใครของมัน แต่ละคนมีความคิดมีความรู้สึก
เหมือนและต่างกันอยู่ในที เป็นปัจเจกไม่ซ้ำ
คู่แฝดหน้าเหมือนกัน โตมาด้วยกัน นิสัยใจคอเหมือนกัน
ก็ยังไม่เหมือนกันไปซะทีเดียวย่อมต้องมีความต่างกัน นั่นก็อีก
จังหวะใกล้เคียงแต่ไม่เหมือนกัน จังหวะใครจังหวะมัน
ญาติพี่น้อง ส่วนใหญ่โตมาด้วยกันก็มีจังหวะใกล้เคียงกัน
แต่ก็ไม่วายทะเลาะกันอยู่เพราะจังหวะไม่เหมือนกัน
ทีนี้ลองมองดู การทีคนมาเจอกัน จะสั้นยาวมากน้อยสนิทแนบแน่นได้มากแค่ไหน
จังหวะก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าจังหวะใกล้กัน ก็เข้ากันง่าย อยู่กันสบาย
แต่ถ้าจังหวะต่างกันมากๆ อยู่ไม่นานก็ทะเลาะกัน
เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนนี่ก็แปลก บางครั้งจังหวะที่ต่างกันมากๆ
เหมือนจะคุยกันได้ไม่เกินห้านาทีก็แปลมาเข้ากันได้อย่างน่าอัศจรรย์

ชีวิตมันมีจังหวะของมัน จะสุขทุกข์หรือเศร้า ก็สลับไป
เป็นจังหวะตามบทเพลงแห่งชีวิต


Thursday, January 13, 2005

ความรู้สึก ความหวัง ความคิด


แล้วชีวิตเราจะเป็นยังไงต่อไปนะ..

ความรู้สึก.. รู้สึกดีกับเธอ
ความหวัง.. หวังว่าเราจะรู้สึกดีๆอย่างนี้ต่อกันตลอดไป
ความคิด.. คิดไปก็เศร้า เพราะความคิดมันผิดไปจากความหวังและความรู้สึก

เรา.. เป็นคน
เรา.. รู้สึก
เรา.. หวัง
เรา.. คิด



Tuesday, January 04, 2005

หายไปนานไม่ได้หายไปไหน




ไม่ได้เขียน blog ซะนาน ไม่ได้หายไปไหน อยู่บ้านไม่มีเน็ทเล่น
ตะเวนเที่ยว ถ่ายรูป พบปะเพื่อนฝูงเรื่อยเปื่อย ถ่ายรูปไปหลายอยู่
กล้องใหม่หนอนยี่สิบตัว (Canon 20D) ก็เริ่มอยู่มือแล้ว

กลับมาเมืองไทยได้สองอาทิตย์ มีเรื่องขลุกขลักหลายอย่าง
เรื่องนู่นเรื่องนี่ คลื่นถล่มปักใต้ก็มีผลกับเราเหมือนกัน
แผนเที่ยวสิมิลันก็ล้ม น่าสงสารคนใต้จัง ถ้าไม่ติดหนึงสอบ
เราอาจจะเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยกับเค้าก็ได้