Stop the habit of wishful thinking
and start the habit of thoughtful wishes.


Thursday, March 31, 2005

เสี่ยวเยอรมัน วันละคำ: ein Leben ohne dich...

คราวนี้ไปเจอมาจากเวบส่ง SMS แฮะ
เค้าเสี่ยวไว้ว่า

Ein Leben ohne Liebe ist einsam.
(ชีวิตที่ไร้รักมันช่างเปลี่ยวเหงา)

Ein Leben ohne Hoffnung ist grausam.
(ชีวิตที่ไร้หวังมันช่างโหดร้ายสุดจะเพ้อ)

Aber ein Leben ohne Dich ist für mich nicht Lebenswert!
(แต่สำหรับฉัน ชีวิตที่ขาดเธอ มันไม่มีค่าจะมีชีวิตต่อไป)


เสี่ยวแดกจริงๆ ระวังต้องมานั่งเช็ดอ้วกเปื้อนคีย์บอร์ดนะ
กว่าจะพิมพ์มาได้ถึงนี่ เราอ้วกไปแล้วหนึ่งถัง
อ่อ ปกติ Dich ไม่ต้องตัวใหญ่ แต่จะเน้นว่าเธอนั้นมีค่ามากมาย
ฉันขอเขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ดีกว่า

เอาอีกซัก ein นะ

Das Meer ohne Wasser,
(เฉกเช่นทะเลที่ขาดน้ำน้ำ)

die Sonne ohne Licht,
(เฉกเช่นตะวันที่ปราศจากแสง)

Träume ohne Zukunft,
(เฉกเช่นฝันที่ไร้อนาคต)

so ist mein Leben, denn ich leb mein Leben ohne Dich!
(และนี่แหละคือชีวิตของฉัน.. ฉันที่ใช้ชีวิตโดยปราศจากเธอ)


ไงล่ะ อ้วกไปตามๆกัน อันนี้ไม่น่ามีคำไหนยากเน๊าะ
แปลตรงๆเหมือนอันแรกเลย เป็นข้อดีของกลอนรัก
มักจะตรงไปตรงมาซื่อๆแบบนี้ เหมือนใจของเรานั่นแหละ (อ้วก)

ไหนๆก็มาสองแล้ว (ชักมันส์ด้วย) แถมอันสั้นๆให้อีกอันละกัน

Nicht I Love you, nicht J´taime, einfach nur ICH LIEBE DICH!!
ไม่ใช่ I Love you และก็ไม่ J´taime (ภาษาฝรั่งเศส) เพียงอะไรง่ายๆแบบเรา "ฉันรักเธอออออออ"

ท่องเที่ยว: ปั่นจักรยาน Konstanz-Mainau-Swiss (ตอนที่ ๑)



ไม่ได้ออกเที่ยวเป็นทริปยาวๆมานานแล้ว ทริปนี้เป็นทริปแรกเปิดหน้าร้อนเลย
เราเที่ยวตามสไตล์เรา ถ้าใครไม่ชอบอ่าน ขอแนะนำให้ปิดหรือไม่ก็ข้ามไปดูรูปเลย


อาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นวันหยุดยาวสี่วันช่วง Easter ซึ่งเป็นวันที่คนคริสเตียนถือว่าสำคัญที่สุด สำคัญว่าคริสมาตร์ซะอีก เพราะเป็นวันที่พระเยซูกลับมาเกิดอีกครั้งนึง เราเองก็ได้ผลพลอยได้เป็นหยุดยาวสี่วัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์-จันทร์ เรารู้ว่าจะหยุดงานยาวล่วงหน้าก่อนแค่อาทิตย์เดียว แต่เพียงอาทิตย์เดียวก็พอแล้วสำหรับเรา และเพื่อนร่วมทิปใจง่ายของเรา


รูปเพื่อนร่วมทาง จักรยานเก่าๆที่ไม่งอแง

วันจันทร์ก่อนเทศกาลอีสเตอร์ เราโทรติดต่อเพื่อนสุดเลิฟ ไอ้เป๋งฮานโนเวอร์ เป๋งใจง่ายขนาดที่แค่เราบอกจะไปพักกับเพื่อนอีกคนที่ Konstanz เป็งก็ไม่ถามอะไรอีกเลย แถมยังรีบจัดการเรื่องตั๋วเดินทางของตัวเองอย่างรวดเร็ว เพราะว่ามันเป็นคนที่อยู่ไกลที่สุด จาก (Hannover) ตอนเหนือของเยอรมัน เดือนทางมาค่อนวันถึงมิวนิค (Munich) ต่ออีกครึ่งวันถึงจะไปถึง Konstanz เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เป็นว่า วันศุกร์เป๋งมาค้างมิวนิคกับเราหนึ่งคืน แล้วออกเดินทางไป Konstanz กันแต่เช้าวันเสาร์ พวกเรากลุ่มคนใจง่ายใช้เวลาเดือนทางจากมิวนิคไป Konstanz ประมาณห้าชั่วโมง แต่เหมือนกับว่าหัวใจรักอิสระจะบินไปรอเราก่อนแล้ว เราสองคนซื้อตั๋วสุดสัปดาห์สำหรับรถหวานเย็นมาในราคาแค่ 32 € (ประมาณ 1600 บาท) บวกค่าจักรยานอีกคันล่ะ 3 € (150 บาท) ทุลักทุเล หอบหิ้วกระเป๋า จักรยาน และหนึ่งพุงกับหนึ่งก้าง เปลี่ยนรถกันสามสี่รอบ ในที่สุดพวกเราก็มาถึง Konstanz จนได้ เพื่อนคนที่เราจะพักด้วย ให้เรารอที่สถานีรถไฟ (Hauptbahnhof) เรากังวลกันมากว่าจะนัดเจอกันได้ยังไง แต่พอถึงสถานีรถไฟแล้ว ปรากฏว่า โหยยย สถานีเล็กมากเลย พวกเด็กหัวดื้ออย่างเราเลยไปรอกันที่ร้านกาแฟหน้าสถานีรถไฟ สุดท้ายก็ต้องโทรตามกันอีกรอบ

วันแรกของพวกเราใน Konstanz ป็นวันที่สบายๆ เที่ยวกันไม่หนัก เราเดินเที่ยวเมืองรอเจ้าบ้านทำงานพิเศษรอบบ่ายครึ่งชั่วโมง แล้วสองหนุ่มหนึ่งสาวชาวไทยหน้าตาลูกครึ่งจีน-เขมร-นิกกรอยก็แวะจีบเบียร์ริมทะเลสาบ Bodensee (ที่ดูยังไงก็เหมือนทะเลมากกว่าทะเล) ละเลียดเบียร์กันไปคนละครึ่งค่อนลิตรก็ต้องแยกย้ายกันอีกแล้ว สาวหน้าเขมรเพื่อนเราต้องไปทำงานรอบค่ำ เรานอนรออยู่ที่ห้องเบียร์คนละขวดและหลับพักอย่างง่ายดาย ตื่นมากันสามทุ่ม แผนทำกระเพราะหมูสับเลยต้องเปลี่ยนเป็นไข่เจียวหมูสับโดยปริยาย หลังจากจัดการอาหารเย็นรอบค่ำ พวกเราก็ย้ายก้นปั่นจักรยานไปจิบเบียร์สิงหา (Singha) รอเพื่อนสาวชาวเขมรของเราเลิกงาน ห้าทุ่มครึ่ง จักรยานสามคัน เราสามคน ปั่นจักรยานกลับที่พัก จิบเบียร์แล้วก็แยกย้ายกันไปนอนคนละมุมสองมุม....

สี่ทุ่มแล้ว ได้เวลานอน มาต่อกันตอนหน้าเน้อ ถ้ายังไม่เบื่อก็ดูรูปประกอบไปก่อน




เพื่อนร่วมทางอีกคนที่ไม่เคยงอแง ไปไหนไปกัน ถึงไหนถึงกัน ไม่เรื่องมาก และไม่มากเรื่อง



บรรยากาศในเมือง เราว่าไม่ต่างกับมิวนิคนัก คนเยอะจริงๆ เพียงแต่ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวกับนักเรียน



จตุรัสน้ำพุกลางเมือง (เราว่าเมืองไหนๆก็มีคล้ายๆกัน เพียงแต่รูปร่างจะต่างออกไป แถมที่มิวนิคเบ่อเริ่มกว่าตั้งเยอะ)



ที่ต่างออกไปคือ น้ำพุที่นี่พ่นมาจากปากกระต่าย แหม เข้ากับเทศกาลอีสเตอร์จริงๆ มีเด็กน้อยมาประกอบฉากด้วย



มุมมหาชน จากลานเบียร์ (ขี้เกียจลุกไปถ่าย แบบว่าตอนนั้นเมื่อยมาก) รูปมืดไปนิด ขออำภัย



ระหว่างเดินกลับบ้าน ขอซักรูป นี่แหละ เหตุผลที่เรามาที่นี่ เมืองที่เรายกให้เป็นเมืองที่สวยที่สุดเมืองนึง.. Konstanz

Wednesday, March 30, 2005

เสี่ยวเยอรมัน วันละคำ: Die Polizei sagt..

เราชอบอ่านพวกการ์ด พวกเสื้อ แก้ว หรืออะไรที่เป็นประโยคสั้นๆ
เข้าใจง่าย พยายามจะเรียนจากสิ่งต่างๆเหล่านั้น จากที่พูดภาษา
เยอรมันไม่ได้เลยในตอนแรก ตอนนี้ก็ยังพูดไม่ได้เลย แต่ก็ยัง
กะแดะจะอ่าน แล้วก็เอามาเล่าต่อเพื่อความสนุกสนาน เช่นวันนี้
เจอการ์ดใบนึง ข้างหน้าเขียนว่า

Die Polizei sagt..
(คุงตำรวจบอกว่า...)

เราเปิดไปอีกหน้านึงก็เจอประโยคนี้

Du hast mein Herz gestohlen.
(เธอขโมยหัวใจเราไป)

แทบอ้วกตั้งแต่แรกเห็น เสี่ยวจริงๆ
gestohlen เป็นช่องสามที่ผันมาจาก stehlen
ใช้คู่กับ haben (ซึ่งผันตามประธาน du มาเป็น hast)
แต่ภาษาไทยเราไม่ผันตามกาล
ไม่ต้องพยายามผันแบบเค้าก็ได้นิ
(ขอบคุณพี่บุ๊คกี้ที่ช่วยแก้เรื่อง tense นะครับ

เป็นไงบ้าง เสี่ยวไม๊

ปล. เขียนเพื่อสอนตัวเอง และเล่าต่อ อย่าคิดว่าเราเก่งขนาดจะไปสอนใครได้นะ

วันเกิดคุณ Vincent Van Gogh



วันนี้วันเกิดคุณ Vincent Van Gogh ศิลปินผู้อาภัพ (ศิลปินส่วนใหญ่มัีกอาภัพ แต่เราว่ารายนี้อาภัพที่สุด) แม่ของเค้าให้กำเนิดพี่ชายเค้าซึ่งชื่อเดียวกับเค้า่ในวันเดียวกันแต่ก่อนหน้าเค้าหนึ่งปี
(Van Gogh's birth came one year to the day after his mother gave birth to a first, stillborn child--also named Vincent)

และการที่เค้าเป็นลูกชายตัวแทนของพี่ชายซึ่งตายไปก่อนหน้า ชื่อเดียวกัน เกิดวันเดียวกัน นำเค้าไปสู่อากาศจิตประสาทหลายอย่าง แต่ก็อีกนั่นแหละเรื่องราวบางอย่างก็ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน
(There has been much speculation about Vincent van Gogh suffering later psychological trauma as a result of being a "replacement child" and having a deceased brother with the same name and same birth date. This theory remains unsubstantiated, however, and there is no actual historical evidence to support it.)

วานโก๊กไม่ใช่ญาติพี่น้องกับเรา แต่เค้าเป็นศิลปินเอกในใจของเรา เราเองก็จำวันเกิดเค้าไม่ได้หรอก (ไม่ใช่พ่อเรานี่หว่า) เพียงแต่เปิดไปเจอใน GooooGle รูปเดียวที่ติดในห้องนอนเราก็คือรูป The Bed Room ที่เค้าวาด

ไม่รู้จะเขียนอธิืบายอะไรมาก ประวัติของเค้าหาได้ไม่ยาก จากใน Google เอาเป็นว่าเราทำ Links ไปให้ละกัน ถ้าใครจะหาเรื่องราวของเค้าก็ ที่นี่ หรือถ้าอยากจะดูรูปก็ ที่นี่ หรือไม่ก็ที่นี่


รูป The Bed Room

ลิงก์อีกอันที่ต้องนำ้เสนอ คือ Van Gogh Museum, Amsterdam เราเคยไปมาแล้ว ค่าเข้าสูงมากแต่ไม่แพง (เพราะเรารู้สึกว่ามันคุ้มค่า) ใครมีโอกาสไปอัมสเตอร์ดัมอย่าลืมแวะไปนะ

Tuesday, March 29, 2005

How To Ask?

Today, I came back to irc.debian.org again after several years. The message, I learn from, is still there. I reckon you should, also, learn from it, not the whole but some parts. Here it is.

1) Don't ask to ask. Just ask.
2) Don't repeat questions. Read and grow; show growth in new questions.
3) Reading technical documentation is a skill, please persevere, it's worth it.
4) If your problem isn't solved, come back a few hours or days later.
5) Please use /msg to talk to the bots.
6) Be polite and patient.
7) Paste on #flood, not here.
8) Don't run scripts or use public away/back.
9) No trolls or spam.
10) see <msg>

แปลให้
๑) อย่าถามที่จะถาม ถามมาเลย
๒) อย่าถามซ้ำ ถามอ่านคิดศึกษาจากมัน ถามอีกครั้งด้วยคำถามที่แสดงให้เห็นว่ามีอะไรพัฒนาขึ้นไปบ้่าง
๓) การอ่านเอกสารเชิงเทคนิคเป็นทักษะ จงพยายามฝึกอ่าน มันมีค่า (เชื่อเหอะ)
๔) ถ้าปัญหา่ของคุณยังไม่ถูกแก้ กลับมาถามอีกครั้งตอนหลัง (อย่ารีบถามซ้ำๆซากๆ)
๕) ถามคนอื่นบ้าง ไม่ใช่เอะอะก็ถามแค่คนๆเดียว คำถามบางคำถามถามใครก็ได้ (เช่นถาม Bot)
๖) สุภาพและอดทน (ในการถาม และการรอคำตอบ)
๗) ข้อความยาวๆมากๆอย่า paste ใส่ msn ให้เซฟเป็นไฟล์แล้วส่งมา
๘) อย่ารันสคริปต์ว่าไม่อยู่ มันน่ารำคาญ ถ้าจะถามก็จงอยู่หน้าเครื่องแล้วปิด script ซะ คุยกับเราบรรทัดนึง away message อีกสี่บรรทัด มันน่ารำคาญ (ขอระบาย)
๙) No trolls or spam (ทับศัพท์เลย)
๑๐) ข้ัอนี้ไม่รู้จะแปลยังไงดี

Thursday, March 24, 2005

เราเป็นคนหวานแค่ไหน

๑)
เค้า: น้ำตาลหมดทำไงดี
เรา: อ่ะ เราเราไปใช้แทนก็ได้ แต่ระวังหน่อยนะ เพราะมันอมเปรี้ยวเล็กน้อย

๒)
ยืนรับลมอยู่ริมระเบียง ผึ้งและผีเสื้อสองสามตัวบินมาขอแบ่งความหวาน

๓)
เค้า: ทำไมกาแฟหวานจัง
เรา: อะไรกัน เราแค่เดินหยิบกาแฟสองสามก้าว กาแฟหวานไปเชียวเหรอ

๔)
เดินไปทางไหน ดอกไม้บานสะพรั่ง

Tuesday, March 22, 2005

My Second Panorama

This is the second panorama from me. I made this up with 19 pictures. There are some differences between picture left, and, the distortion has not, yet, been perfectly corrected. However, I'm so pround to show you.

Any kindly suggest will be grealy appreciated.

Harry Potter and the Half-Blood Prince


สงสัยว่าทำไม HP เล่ม ๖ ถึงไม่ออกซักที ไปเช็คเจอใน official site รอไปนู่นเลยยยย กลางเดือน ก.ค. amazon ก็เปิดให้่จองแล้ว ที่นี่

กลายเป็นแฟนนิยายเรื่องนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ไม่รู้ตัวเลย
Half-Blood Prince น่าจะเป็นดัมเบิ้ลดอล์แน่ๆ ภาคนี้จะเป็นไงบ้าง อีกสองสามเดือนจะมาเล่าให้ฟัง

Saturday, March 19, 2005

ขนมดอกโสน

สมัยเด็กเราทานอะไรค่อยข้างยาก รสเค็มรสเปรี้ยวไม่ค่อยชอบ รสเผ็ดไม่ต้องพูดถึง ถ้าเป็นแกงรสเผ็ดอ่อนๆต้องมีชามใส่น้ำเปล่าเอาไว้ข้างๆ เอาไว้ล้างเนื้อก่อนกิน แต่รสหวานเนี่ยโอเคเลย ดังนั้นอาหารบ้านเราจะออกรสหวาน โดนเฉพาะถ้าเป็นฝีมือคุณย่าล่ะก็ ต้องหวานมากๆเพื่อเอาใจหลานจอมดื้อ คุณย่าจะมีอะไรแปลกๆมาล่อให้เรากินเสมอ เช่นขนมดอกโสน (อ่านว่า สะ-โหน) ทำจากดอกสโน มะพร้าวขูด ข้าวสวย กับน้ำตาลทราย คลุกเข้าจนเข้ากันรับประทานแทนข้าวได้ดี แต่ระวังจะขนาดสารอาหาร
ขนมดอกโสนเป็นขนมแห่งความทรงจำทีเดียว เมื่อก่อนเราจะสนุกกับการเด็ดดอกโสนริมคลองเพื่อเอามาให้คุณย่าทำขนมมาก เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะมีเหลือแล้วต้นโสน ยิ่งถ้าเป็นเด็กในเมืองไม่ต้องหวัง หลายๆคนอาจจะไม่รู้จักด้วยซ้ำ แต่ถ้าได้ลองกินดู รับรองจะติดใจ หลับตานึกถึงขนมดอกโสน คิดถึงคุณย่าจัง คิดถึงปลาทูต้มหวาน กับข้าวผัด ไม่เคยเจอใครทำปลาทูต้มหวานกับข้าวผัดได้อร่อยเหมือนคุณย่าซักที

ชีวิตวัยมหาลัย

ปัญหาละอย่างก็กำลังเข้ารูปเข้ารอย เหลือแค่รอให้เวลาเข้ามาแก้ไขส่วนที่เหลือ มาสังเกตุมีอะไรหลายๆอย่างมากระตุ้นความทรงจำถึงชีวิตในวัยมหาลัย อาทิตย์ที่แล้ว เรารื้อๆรูปถ่ายงานรับปริญญาทั้งหกอัลบั้ม แล้วก็เอามาไว้ที่เยอรมันด้วย นี่รวมไปถึงหนังสือรุ่น ที่มีรูปเพื่อนๆครบ(เกือบ)ทั้งรุ่น มีหน้าพิเศษของเราด้วย อิอิ สองสามวันที่แล้ว ไม่รู้ใครส่งลิงก์เวบบอร์ด ปชส มาไว้ ตามไปตามมาไปเจอรูปเก่าๆ ไม่มีรูปไหนติดเราหรอก แต่ทุกรูปอยู่ในสมัยเดียวกับเรา รูปเพื่อนๆ รูปพี่ๆ รูปรุ่นน้อง รุ่นน้องบางคนที่ถึงวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ ความทรงจำความรู้สึกของชีวิตในมหาลัยค่อยๆซึมเข้ามาในห้วงความคิดเหมือนน้ำซึมบ่อทราย

รูปนี้ พี่บีทำอะไรเราไม่รู้หรอก แต่แถวๆเต้นท์เนี๊ยะ เราก็ไปป่วนมาเหมือนกัน


นี่ก็รูปงานบายเนียร์ชุมนุม แต่ไอ้เรื่องตั้งวงเล่นดนตรี (แหละเหล้า)หน้าชุมนุม เป็นสิ่งที่พวกเราหาเรื่องจะทำอยู่บ่อยๆ

อาทิตย์ที่แล้วไอ้จูนก็แอ๊ด MSN มาคุย เรื่องแรกที่มันคุยคือเราสามคม (บอมบ์ ยุ่น จูน) เปิดเธคในชุมนุม (กันสามคน) แล้วก็ครึ้มอกครึ้มใจซื้อเหล้าขาวน้ำแดงมากินกัน ขวดแรกหมด ก็ต่อขวดที่สอง มันส์ และ เริ่มร้อน ถอดเสื้อ ขวดที่สองหมด ขับรถไปซื้อขวดที่สาม ปัญหาคือไอ้ระหว่างขับรถเนี่ย ถูกตำรวจจับข้อหาอนาจาร พี่ยุ่นเลยแจ้งความว่าถูกโจรขโมยเสื้อ ไม่รู้ตอนนั้นตำรวจปล่อยพวกเรามาได้ไง ฮาเห้ๆเลย หรือจะเรื่องที่พี่โสว่ายน้ำข้ามคลอง'ถาปัต แล้วจม พี่บีเลยโดดน้ำลงไปช่วย สุดท้ายพี่บีจม พี่โสเลยต้องว่ายน้ำกลับมาช่วย
เรื่องเก่าๆนอกจากจะเอาไว้นึกถึงยังเป็นเรื่องที่เรามักขุดขึ้นมาคุยกันทุกครั้งที่เจอเพื่อนเก่า เรื่องต่างๆพวกนี้ล่ะที่หล่อหลอมจนเรามาเป็นเราในวันนี้ ทุกครั้งที่เราตัดสินใจทำอะไร สิ่งต่างๆในอดีต ชีวิตในมหาลัย เราในวัยเด็กก็ช่วยตัดสินใจกับเราไปด้วยเสมอ
เล่ามาตั้งยาว ยังขาดแรวกระตุ้นสุดท้ายคือ เมื่อวานไปเจอรุ่นน้องคนไทยคนนึง น่ารักมาก อายุประมาณปีหนึ่งมหาลัย เอ่อ.. สมัยก่อนน้องๆแบบนี้แหละที่เรากับเพื่อนไปเล็งๆตอนวันรายงานตัว หรือในห้องเชียร์ สนุกจริงๆชีวิตมหาลัยเนี่ย..

Thursday, March 17, 2005

เอามาฝาก.. มงคลชีวิต

วันนี้ถอดรูปที่แปะไว้ข้างโต๊ะทำงานออก
รู้สึกมันโล่งๆ เลยหาอะไรมาแปะ
สุดท้ายไปจบลงที่ มงคลชีวิต
ทำเสร็จแล้วก็ไม่อยากจะเก็บไว้คนเดียว
เลยทำเป็น PDF แปะเอาไว้เผื่อใครจะเอาไปปริ้นซ์แปะโต๊ะทำงานบ้าง..

ดาวน์โหลดไฟล์ได้ ที่นี่

วันนี้พี่ปองแนะนำกระทู้ในพันธุ์ทิพย์มาเป็น บทความเรื่อง สำนึกนักเรียนทุนของแผ่นดิน
ตอนท้ายมีโคลงและคำแปลเป็นภาษาอังกฤษของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช
อ่านแล้วเหมือนโคลงบทนี้แทรกซึมเข้าไปในหัวใจ
ขอลอกไว้เผื่อประโยชน์ของเพื่อนๆที่สละเวลาเข้ามาอ่านเวบเรา

ฝูงชนกำเนิดคล้าย         คลึงกัน
ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ         แผกบ้าง
ความรู้อาจเรียนทัน         กันหมด
เว้นแต่ชั่วดีกระด้าง         ห่อนแก้ ฤาไหว

All men are we all         in one
Brown, black by the sun         cultured
Knowledge can be won         alike
Only heart differs         from man to man

เสียสินสงวนศักดิ์ไว้         วงศ์หงส์
เสียศักดิ์สู้ประสงค์         สิ่งรู้
เสียรู้เร่งดำรง         ความสัตย์ ไว้นา
เสียสัตย์อย่าเสียสู้         ชีพม้วย มรณา

Robbed of wealth, your pride         maintain
Robbed of pride, do gain         things wise
Robbed of wisdom, a gain         to faith
Robbed of even life         in faith ye be

เดิน.... .. . .

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มี น้อยตัวหนึ่ง กำลัง

                       ....... ..... ... .. . . . . .

กับ

                     ....... ..... ... .. . . . . .

แล้วก็

                   ....... ..... ... .. . . . . .

หลังจากนั้นก็

                 ....... ..... ... .. . . . . .

มัน

               ....... ..... ... .. . . . . .

ต่อไปเรื่อยๆ

            ....... ..... ... .. . . . . .

เดินไปข้างหน้า เดินไปเรื่อยๆ แม้จะยังมองไม่เห็นปลายทางด้วยตา แต่ก็สามารถสัมผัสได้ด้วยใจ

         ....... ..... ... .. . . . . .

ต่อไปเถอะ....... ..... ... .. . . . . .

Sunday, March 06, 2005

คุณย่า.. คุณย่าเสียแล้ว

วันนี้ตีสี่ (เวลาเยอรมัน) พี่หนึ่งโทรมาบอกว่าคุณย่าเสียแล้ว
เรากลับไปไม่ทันดูใจคุณย่า หลานคนนี้ยังไม่ได้แทนคุณคุณย่าเลย
เรื่องราวต่างๆในช่วงวัยเด็กมีคุณย่าเติมแต้มอยู่มากมายทั่วไปหมด
ข้าวผัดฝีมือคุณย่าที่ไม่มีใครทำได้เหมือนและอร่อยเท่า คุณย่า..

วันนี้เราจะกลับเมืองไทย จากกำหนดเดิมจะอยู่ดูแลย่าซักพัก คงไม่ได้ทำแล้ว
และจะกลับมาเยอรมันเร็วกว่ากำหนด ซึ่งยังไม่แน่นอนว่าวันไหน แค่คงหลังจาก
จัดการงานศพคุณย่าเสร็จ ถ้าจะติดต่อเราก็เบอร์ ศูนย์หนึ่งแปดศูนย์สามเจ็ดสามศูนย์หก เบอร์พี่เราเอง

มีเรื่องของคุณย่ามากมายที่เราจำได้ ปลาทูต้มหวานของโปรดเรา
คุณย่าชอบต้มให้กิน อร่อยมาก สมัยเด็กๆเราชอบทานหวาน คุณย่าก็จะทำอาหาร
ตามใจเรา คุณย่าทำอะไรก็หวานไปหมด จนคนอื่นๆในบ้านบ่น ตีห้าคุณย่า
จะตื่นมาหุงข้าว เราก็เคยช่วยคุณย่า แอบตื่นมาก่อนแล้วก็หุงข้าวให้
เตียงคุณย่าใหญ่ที่สุดในบ้าน คุณย่าจะนอนริมด้านขวา ส่วนเราก็จะชอบแอบไป
นอนกับคุณย่า เราจะนอนตรงกลาง แล้วก็ดิ้นไปดิ้นมาทั้งคืน
คุณย่าชอบหมามาก ที่บ้านเราไม่เคยมีช่วงไหนไม่มีหมาเลย
เราเองก็กลายเป็นคนชอบหมาไปเหมือนกัน..

เรื่องราวของคุณย่ามากมายหลั่งไหลเข้ามามากมายเหมือนสายน้ำ
เราเคยเห็นคุณย่าออกจากบ้านไปไกลๆแต่สองครั้ง ครั้งแรกคุณย่าต้องไปอยู่รพ.
ส่วนอีกครั้งคุณย่ามางานบวชเราที่บ้านโพหัก..

ความทรงจำของเราถึงคุณย่ากับบ้านสวนจะคงอยู่ตลอดไป

Saturday, March 05, 2005

คุณย่าไม่สบาย กลับเมืองไทยวันพรุ่งนี้

คุณย่าไม่สบายมาก ลากลับเมืองไทยสองอาทิตย์
ออกจามิวนิควันพรุ่งนี้ ค่อนข้างฉุกละหุก ไม่มีเวลาบอกใคร
หาตั๋ววันนี้ ออกวันพรุ่งนี้ ช่วงนั้นถ้าจะติดต่อเราก็เบอร์
ศูนย์หนึ่งแปดศูนย์สามเจ็ดสามศูนย์หก เบอร์พี่เราเอง

ข้อมูลขาไปเมืองไทย:
Flight Number: LH782
Departs: 21:15 on Sunday, March 6, 2005
from Munich, Germany
Arrives: 14:00 on Monday, March 7, 2005
at Bangkok, Thailand (Terminal 2)

กลับเยอรมันอีกรอบ:

Flight Number: LH773
Departs: 23:20 on Tuesday, March 22, 2005
from Bangkok, Thailand
Arrives: 05:35 on Wednesday, March 23, 2005
at Munich, Germany (Terminal 2)

Friday, March 04, 2005

ท่าทางกรูบ้า

อยากตะโกนให้ก้องฟ้าว่า..

 กรูจะบร้าาาาาาาา


วันนี้โพสต์สามอันติดกัน นั่ง design ระับบ เบื่อๆแฮะ
อืม.. อ่า อ่อ ที่อาทิตย์นี้ไม่ได้โพสต์อะไรมาก่อนเลยเพราะว่า
เอาเวลาไปแต่งรูปกับเขียนเรื่องโพสต์หมดเลย ว่างๆก็ลองเข้าไปดูซิ
ตั้งใจจะลองโพสต์แบบยาวๆเขียนบรรยายประกอบแบบนี้เหมือนกัน

เรื่องแรก "สวนหลังบ้าน Schloss Nymphenburg"

เรื่องที่สอง "กินข้าวครัวที่ทำงานเราเอง Prinzregent Garten"

ใน 2how เค้าให้รูปใหญ่แค่ 100k เอง รูปจะเล็กหน่อย
แต่ก็มีรูปใหญ่ในถังขยะอยู่แล้ว ไม่เป็นไร
ชอบไม่ชอบก็บอกละกัน อย่าอมไว้คนเดียว

ชอบรูปนี้มากเลย ว่าจะเอาไปอัดใหญ่เท่าฝาบ้าน ใส่กรอบหลุยส์อย่างดีทั้งโชว์ไว้หน้าตึก
แขกไปฝรั่งมาจะได้เห็น ชอบๆ


 ชอบโว๊ยยยยยย


ระยะทางพิสูจน์ม้า ปัญหาพิสูจน์คน


ปัญหาเรื่องงาน ----- ตอนนี้ไม่รู้จะจบยังไง
ปัญหา่ส่วนตัว ----- ไม่รู้จะกลัวอะไร
ปัญหากับเพื่อน ----- ไม่รู้จะเรียกมันว่าเพื่อนอีกได้นานเท่าไหร่
ปัญหากับคนรัก ----- ถึงตอนนี้ถ้ายังตัดใจไม่ได้คงไม่ต้องทำอย่างอื่น
ปัญหาครอบครัว ----- เป็นห่วงคุณย่าจัง
ปัญหาชีวิต ----- แล้วจะเอายังไงต่อไป
ปัญหาเรื่องเงิน ---- โอ๊ย หมุนเงินไม่ทัน (โว๊ย)
ปัญหาเรื่องเวลา ---- โอเคได้ เตรียมยกเลิกแผนการทั้งหมด

ปัญหาต่างๆมากมาย เข้ามาในช่วงเวลาไม่ห่างกัน
เข้ามาในจังหวะของชีวิตที่เงียบเหงาแต่สับสนและยุ่งเหยิง
สนุกดีแท้ ขอบคุณมากทุกๆปัญหา ขอบคุณที่จะเข้ามาพิสูจน์เรา
เราจะผ่านพวกนายไปอีก จะผ่านไปให้ดีกว่าเดิม
อาจจะถอยบ้างแต่จะไม่ท้อเด็ดขาด

ต่อให้พรุ่งนี้จะไม่ดีหรือแม้แต่แย่ไปกว่าเดิม
แต่เราจะพิสูจน์ให้เห็นเอง ว่าเราเป็นคนแบบไหน

เราจะค่อยๆแก้ทีละปัญหา อาจจะต้องใช้เวลาซักหน่อย
แต่เราจะแก้มันทั้งหมดเอง และจะแก้ด้วยตัวเองด้วย

ขอบคุณปัญหา..


ปล. อย่าเดินตามมา กำลังหลงทาง
ปล ๒. It's matter not how much experience you, but how much you learn from it.

อย่ามองปัญหาแบบขาวกับดำ

ช่วงนี้วุ่นๆนิดหน่อย ทำงาน อ่านหนังสือ เรียนภาษา ดูการ์ตูน ถ่ายรูป
ไม่ค่อยได้มาเขียน blog เ้ลย ถ้าใครเข้ามาแล้วไม่เจออะไรก็ขออำภัย
วันนี้ก็ยังไม่มีอะไรมาเขียนแต่มีเรื่องมาให้อ่านเ้ป็นนิทานสั้นๆ นิทานเรื่องนี้สอนว่า
อย่ามองปัญหาแบบขาวกับดำ


ยี่สิบกว่าปีก่อน ผมเคยได้ยินนิทานเรื่องนี้ :

เศรษฐีคนหนึ่งชอบใจลูกสาวชาวนายากไร้ผู้หนึ่ง
เขาเชิญชาวนากับลูกสาวไปที่สวนในคฤหาสน์ของเขา
เป็นสวนกรวดกว้างใหญ่ที่มีแต่กรวดสีดำกับสีขาว

เศรษฐีบอกชาวนาว่า
"ท่านเป็นหนี้สินข้าจำนวนหนึ่งแต่หากท่านยกลูกสาวให้ข้า
จะยกเลิกหนี้สินทั้งหมดให้"

ชาวนาไม่ตกลง
เศรษฐีบอกว่า "ถ้าเช่นนั้นเรามาพนันกันดีไหม
ข้าจะหยิบกรวดสองก้อนขึ้นมาจากสวนกรวดใส่ในถุงผ้านี้
ก้อนหนึ่งสีดำ ก้อนหนึ่งสีขาว ให้ลูกสาวของท่านหยิบก้อนกรวดจากถุงนี้
หากนางหยิบได้ก้อนสีขาว ข้าจะยกหนี้สินให้ท่าน และนางไม่ต้องแต่งงานกับข้า
แต่หากนางหยิบได้ก้อนสีดำ
นางต้องแต่งงานกับข้า และแน่นอน ข้าจะยกหนี้ให้ท่านด้วย"

ชาวนาตกลง

เศรษฐีหยิบกรวดสองก้อนใส่ในถุงผ้า
หญิงสาวเหลือบไปเห็นว่ากรวดทั้งสองก้อนนั้นเป็นสีดำ

เธอจะทำอย่างไร?

หากเธอไม่เปิดโปงความจริง ก็ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกง
หากเธอเปิดโปงความจริงเศรษฐีย่อมเสียหน้า และยกเลิกเกมนี้
แต่บิดาของเธอก็ยังคงเป็นหนี้เศรษฐีต่อไปอีกนาน

-2-
เราส่วนใหญ่ถูกสอนมาให้มองปัญหาแบบขาวกับดำ
แต่ไม่ใช่ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้อย่างขาวกับดำ
เสมอไป ในทางตรงข้าม หากเราลองมองต่างมุม
จะพบว่าหนทางการแก้ปัญหามีมากกว่าหนึ่งสายเสมอ
และการยืดหยุ่นพลิกแพลงไปตามสถานการณ์เป็นวิธีการหนึ่ง

บางครั้งในการแก้ปัญหา
เราอาจต้องสร้างเครื่องมือในการแก้ปัญหาขึ้นมาใหม่

ในยุคสงครามเย็นที่กินเวลานานหลายสิบปี
สูญเสียชีวิตและทรัพยากรโลกมหาศาล
ไม่มีใครกล้าเชื่อว่า
สงครามเย็นสามารถยุติลงได้ หรือเร็วเช่นนี้ ในยุคของ มิคาอิล กอร์บาชอฟ

กอร์บาชอฟ กล่าวว่า

"เป็นเรื่องเขลาที่คิดว่า ปัญหาที่รุมเร้ามนุษยชาติในวันนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วย
เครื่องมือและวิธีการที่เคยใช้ได้ผลในอดีต"

หากเขาไม่ได้คิดเช่นนี้
บางทีวันนี้สังคมนิยมโซเวียตยังไม่เปิดประเทศและสันติภาพระหว่างฝ่าย
ขาว-ฝ่ายแดงคงล้าหลังไปอีกหลายปี

โลกไม่มีสีขาวกับดำ

-1-

ลูกสาวชาวนาเอื้อมมือลงไปในถุงผ้า หยิบกรวดขึ้นมาหนึ่งก้อน
พลันเธอปล่อยกรวดในมือร่วงลงสู่พื้น
กลืนหายไปในสีดำและขาวของสวนกรวด

เธอมองหน้าเศรษฐี เอ่ยว่า "ขออภัยที่ข้าพลั้งเผลอปล่อยหินร่วงหล่น
แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อท่านใส่กรวด
สีขาวกับสีดำอย่างละหนึ่งก้อนลงไปในถุงนี้
ดังนั้นเมื่อเราเปิดถุงออกดูสีกรวดก้อนที่เหลือ ก็ย่อมรู้ทันทีว่า
กรวดที่ข้าหยิบไปเมื่อครู่เป็นสีอะไร"

ที่ก้นถุงเป็นกรวดสีดำ

"...ดังนั้นกรวดก้อนที่ข้าทำตกย่อมเป็นสีขาว"

ชาวนาพ้นสภาพลูกหนี้ และลูกสาวไม่ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกงคนนั้น

29-11-2004

วินทร์ เลียววาริณ