Stop the habit of wishful thinking
and start the habit of thoughtful wishes.


Tuesday, May 31, 2005

เครื่องบิน ดอกฟ้า กับหมาน้อย

วันนี้ฉันเป็นเพียงแค่หมาน้อย
นั่งเฝ้าคอยจับจ้องมองเครื่องบิน
และวันหนึ่งฉันถูกเรื้อนกิน
ส่วนเธอคงบินสูงไปในนภา

จากดอกฟ้าไม่มาคู่หมาวัด
ฉันจะจัดการสิ่งใดให้เกิดได้
เป็นซาตานคุมนรกอยู่ต่อไป
ให้นางฟ้าได้มีสุขอยู่ข้างบน

That is super.

That is very super,
I become a manager.
It seems a bit over,
but I really am, however.

When she smiles...

When she smiles,
like the sun shines.
When she go by,
I'll surely cry.
When she ever cry,
I might already die.

If she ever look at me
I'll always love thee.
And if I were her he,
I would always be.
I know it's she,
who is all my glee.

Monday, May 30, 2005

She is..

I don't love her because she is beautiful, but she is beautiful because I love her.

One spelling, beautiful, might have so many meanings.
While you're walking in the street, you find a nice girl, she "might" be beautiful.
You've spent some time with a girl, then you got close to her; time you spent together gave birth to a special relationship. Eventually, she "will" be beautiful, even more than the word "beautiful" fits what you really feel.

She is beautiful because I love her.

Love me...

Love me, if you're pleased.
Love me, if you can.
Love me, if you may.

Whatever I can do to make you love me...

Ein Lieben ohne Zukunft ist sehr.. grausam.
Love without future is so... cruel.

Sunday, May 29, 2005

Life is not that sucks..

Today, I learnt one thing..
Life is not that sucks, even sometimes, (or perhaps so many times,) it's not that so easy.

I know how such a beautiful season life could be after such a thunderstorm has been passed.
I love it when special came and sat spending a nice day with me, even that the one didn't seem to notice how special she means to me; even it's a secret love. (actually, it seems to me that there is no secret in love, but secret love is possible.)

Today I also knew two only things that are so important to me; they're faith and her!.

When life sucks, paint it!

ความจริงของอุณหภูมิ

หลังจากที่ไม่ได้เจออากาศร้อนๆมานาน
วันนี้ตอนเจ็ดโมงเช้า อุณหภูมิ 25c ตอนบ่ายๆประมาณ 35c
ใกล้เคียงอุณหภูมิที่เมืองไทยมาก แต่อากาศที่มิวนิคจะแห้งกว่าเยอะ
นั่งหม่ำข้าวเที่ยงคุยกับเพื่อน ตากแดดนานๆ แล้วก็เป็นอีกวันที่ไม่ได้ดื่ม
ทำให้ค้นพบว่า อุณหภูมิสูงๆเนี่ย ทำให้เพลียได้ไม่น้อย
ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษแต่ง่วงจริงๆ

พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันร้อนๆอีกวัน
หวังว่าจะได้ทำอะไรเป็นพิเศษบ้างนะ

Saturday, May 28, 2005

กับความหวังที่ไม่มีทางสมดั่งหมาย


รักที่ไม่มีทางสมหวัง
จะยังรักอีกหรือไม่
สิ่งที่คาดไม่เป็นดังหมาย
จะเลิกไปหวังอีกหรือเปล่า

ไม่มีใครได้ทุกอย่างที่หวัง
แต่เราก็ยังจะคาดหมาย
ชีวิตคนเราต้องดำเนินไป
อยู่ที่ใจเรานั้นเลือกเอง

ชีวิตถ้าไม่สมหวังก็เลิกทำ
คงดำเนินสิ่งใดไปได้ไม่
ความหวังนั้นเป็นเพียงเป้าหมาย
แต่สิ่งสุดท้ายคือระหว่างทาง

ถึงแม้อาจไม่ได้ในสิ่งที่หวัง
แต่เรายังได้ทำสิ่งที่เชื่อ
ได้เท่านี้ก็สุดจะดีเหลือ
เมื่อเรารู้จักความพอดี

ถึงแม้ไม่อาจได้ในสิ่งที่หวัง
แม้ฝันจะพังแลล้มเหลว
หรือแม้นจะเสี่ยงอยู่ขอบเหว
แต่เปลวปรารถณามันพาไป

เรารู้ได้ไม่มีทางไปถึง
แต่ยังดึงรั้นดันเรื่อยไป
เพราะเราเชื่อมั่นสิ่งข้างใน
เราเชื่อหัวใจของเราเอง

Friday, May 27, 2005

ชีวิตกับปัญหา และความรู้สึกท้อแท้

กับปัญหาบางอย่าง กับบางอารมณ์ความรู้สึก... บางที "ความตาย" อาจจะดีกว่า "การอยู่"

ฟังดูโง่ๆกับความคิดอยากฆ่าตัวตายของคน
แต่เพราะจิตใจคนไม่ใช่สิ่งสมบูรณ์ ความคิดโง่ๆแบบนี้ถึงผุดขึ้นมาได้
บางครั้งมันก็เหนื่อยจนอยากจะเลิกหายใจ
ปัญหาที่รุมเร้า กำลังใจที่เหือดแห้ง มีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่นและการถูกทำร้าย

ทำไมช่วงนี้รู้สึุกอะำไรๆมันโหดร้ายนักนะ
หลบไปทำอะไรอยู่คนเดียวซักพัก แลัวให้เวลามันรักษาอะไรๆน่าจะดีกว่า..

เวลามีปัญหาที่ทำร้ายจิตใจมากๆเนี่ย สติจะสำคัญที่สุด
แตุ่ถึงกระนั้นก็เถอะ ถ้าระดับของกำลังใจที่ดันให้เรามีชีวิตแห้งขอด สติจะยังหลงเหลืออยู่ได้กี่มากน้อยกันเชียวนะ..


กลัวอารมณ์ตัวเองจริงๆ

Thursday, May 26, 2005

1.11 น.

มองนาฬิกาบอกเวลาตอนนี้
ตีหนึ่งผ่านมาสิบเอ็ดนาที
นั่งจ้องไปที่นาฬิกา
เวลาตอนนี้ตีหนึ่งสิบสอง

เรายังนั่งคิดถึงพี่คนดี
แต่ตอนนี้พี่คงนอนหลับฝัน
วันคืนนาฬิกาเวลาผ่าน
เนื่อนานใจยังคิดถึงเธอ

นั่งอยู่คนเดียวในห้อง
นั่งมองรูปเธอที่เราวาด
ใจเริ่มหวั่นไหวรู้สึกขลาด
นี่เราพลาดตกหลุมรัเธอแล้วเหรอ

นั่งมองเข็มนาฬิกาหมุน
นั่งดมกลิ่นหอมกรุ่นคิดถึงเธอ
นั่งเพ้ออยู่กลางแสงจันคนเดียว
รู้สึกปล่าวเปลี่ยวหัวใจ

แสงหลอดไฟสาดส่องห้องจนสว่าง
แต่กลางใจเรากันมือสนิท
นั่งเพ้อนั่งคิดไปคนเดียว
เริ่มหวาดเสียวกลัวใจตัวเอง

ลมหนาวพัดลอดเล็ดช่องหน้าต่าง
ผ่านเข้าถึงกลางใจอันอ้างว้าง
พัดผ่านข้างในลึกสุดของหัวใจ
พัดความอบอุ่นไปจนหมดสิ้น

จากบ้านจากครอบครัวตัวคนเดียว
มาเจอกับความเปลี่ยวปล่าวใจ
อยากรู้เธอจะเป็นเหมือนเราบ้างไม๊
แต่จะมีใครใจแข็งได้อย่าเธอ

นั่งเพ้อใต้แสงไฟยามค่ำคืน
ผุดลุกยืนนั่งแสนสับสน
คนเราอย่างมันก็แค่คนอย่างเรา
เค้าคงจะไม่มีทางมาสนใจ

อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดเถอะ
ให้เธอตัดสินตามแต่ใจ
แต่หากเราจะได้โอกาสนั้น
มันก็คงจะดีเป็นที่สุด..


เข็มนาฬิกาบอกเวลา
ว่าถึงตีหนึ่งยี่สิบหก
หัวใจฉันยังตกหล่นหาย
แต่ร่างกายบอกให้สู้ต่อไป...


วันเหงา กับเราหนึ่งคน..

ห้าดาว A Classical Painting Demonstration

ชอบจริงๆ ไม่รู้ไปเจอเวบนี้จากที่ไหน แต่ขอให้รางวัลห้าดาว เอ้า หกดาวเลยละกัน
Classical Painting Demonstratio, William Whitaker
มีเรื่องต้องเรียนอีกเยอะเลย แต่สนุกจัง รู้ตัวว่าวาดรูปไม่สวย ตาแยกสีไม่เก่ง มือไม่เที่ยง จินตนาการไม่กว้างไกล แต่ไม่รู้ทำไม ถึงรู้สึกอยากวาดรูปได้ขนาดนี้นะ

Wednesday, May 25, 2005

ฟังเพลงแล้วย้อน.. สะท้อนใจ

ฟังเพลงแล้วย้อนสะท้อนใจ
ไปรักใครเขาเค้าไม่รักเรา
เพลงร้องเล่าไปถึงความเหงา
เปิดเพียงเบาๆแต่เข้าถึงข้างใน

ความเหงาแบบในเพลงที่เค้าร้อง
ถ้าใครได้ลองฟังดูกับเรา
จะเข้าใจไปด้วยว่าทำไม
เพราะข้างในเหงากว่าในเพลง

Tuesday, May 24, 2005

มาอีกแล้วครับ Books wishlist

เล่มที่หนึ่ง

How to Paint Living Portraits
von Roberta Carter Clark
ราคาเหือดมาก € 112,47

เล่มที่สอง

Painting Portraits
von Everett Raymond Kinstler, Susan E. Meyer
ราคาเหือดกว่าเล่มแรกอีก € 147,35

เล่มที่สามกับสี่ ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าเล่มไหน หรือไม่ก็ทั้งสองเล่มนั่นแหละ

The Acrylic Painter's Book of Styles & Techniques
von Rachel Rubin Wolf, Rachel Rubin Wolf
ราคาประมาณ € 17,95


Acrylic Painting Techniques: How to Master the Medium of Our Age
von Stephen Quiller
ราคาเท่ากับเล่มบน € 17,95


ราคารวมทั้งหมด
€ 295,72
ต้องอดข้าวทั้งเดือนเลยนะนั่น

เยี่ยมไปเลย Portrait Artist Forum

มีปัญหา่กับการวาดรูป Portrait อยู่เสมอๆ วันนี้เลยมานั่งหาข้อมูลจนเจอฟอรั่มนี้
Portrait Artist Forum
ต้องใช้เวลาศึกษาเทคนิคก่อนลงโปรเจ็คใหญ่

Monday, May 23, 2005

ความรักกับความเหงา

เพราะความเหงาหรือทำให้เรารัก
หรือเพราะใจสมัครที่สร้างความเหงา
เพราะความปล่าวเปลี่ยวในใจเรา
หรือเพราะเขาไม่เคยเหลียวแล

คนพูดว่า "อย่ารักใครในวันเหงา"
เราบอกว่า "ความเหงานั้นเพราะเรารัก"
เหตุเพราะปักใจไปกับเขาผู้เดียว
ความปล่าวเปลี่ยวจึงเข้ามาเกาะกุม

พาโนราม่าจากเวียนนา

รูปพาโนราม่ารูปที่ห้าและหกคลอดแล้วทั้งสองรูปถ่ายทำที่วีน
รูปที่หกนี่ special หน่อยนึง ใช้มือถือถ่ายแล้วหมุนตัวเป็นนักเต้นบัลเล่ย์เอง



Vienna In the Night time



Schönbrunn, Wien

Sunday, May 22, 2005

แอบ- รัก

แอบ- รักเค้าให้ใจเราว้าวุ่น
หมกหมุ่นอยู่กับเค้าผู้เดียว
หัวใจเราเหงาปล่าวเปลี่ยว
ห่อเหี่ยวแอบซ่อนอยู่ภายใน

Friday, May 20, 2005

ความสุขแบบใหม่

ระหว่างเดินกลับจากไปซื้อข้าวเที่ยวที่ซุปเปอร์
เราได้สัมผัสมันอีกแล้ว เป็นครั้งที่สอง
มันเป็นความสุขอีกแบบที่เราไม่เคยรู้จัก
ความสุขจากแสงแดดอ่อนๆลามเลียนผิวหนัง
ความสุขจากการมองใบไม้ มองต้นไม้แบบง่ายๆ
มองรูปทรงของสิ่งต่างๆโดยผิวเผิน

ความสุขเช่นนี้เป็นสิ่งแปลกประหลาดสำหรับเรา
มันเหมือนกับชั้นของภาพทับซ้อน
คล้ายๆกับสายลมอุ่นๆที่พัดต้องผิวกาย
ไม่น่าตื่นเต้น ไม่น่าสนใจ แต่รับรู้ได้จากรอยยิ้มของตัวเอง..

เกิดอะไรขึ้นกับเรานะ..
ความสุขเช่นนี้หรือเปล่าที่เราตามหามานานแสนนาน..

นี่เรายังเป็นวิศวกรอยู่หรือเปล่านะ

เขียนเรื่อง "ทางเลือกของคน" เสร็จ เริ่มจัดอุปกรณ์สีอครีลิค..
มองไปรอบๆห้อง
เห็นหนังสืออยู่สามสี่กอง
เจอกล้องอยู่สี่ตัว
อุปกรณ์วาดเขียนสองสามแบบ
กับคอมพิวเตอร์เน่าๆอีกหนึ่งเครื่อง..

นี่เรายังเป็นวิศวกรอยู่หรือเปล่านะ.. ชักสงสัย..

ทางเลือกของคน

ทุกคนเมื่อถึงจุดๆหนึ่งของชีวิต จะมีการตัดสินใจที่สำคัญๆ ที่มักจะยากต่อการเลือกเสมอ บางคนก็อาจจะมีจุดนั้นอยู่หลายครั้ง แน่นอน ถ้าให้เลือกระหว่างที่ที่อยากทำ กับสิ่งที่ไม่อยากทำ คนย่อมเลือกสิ่งที่เค้าอยากทำเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่การตัดสินใจที่สำคัญ ไม่ใช่การเลือกที่ง่ายขนาดนั้น หลายๆครั้งเป็นการเลือกแห่งชีวิต เป็นการเลือกที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตที่เหลือของเค้าตลอดไป

วันนี้ ระหว่างที่ปั่นจักรยานกลับบ้าน พร้อมอุปกรณ์สีอคิลิกในถุงพลาสติกที่หิ้วมาจากร้านวาดเขียน เรานึกถึงเรื่องนี้อีกแล้ว การตัดสินใจของคนเราจะเป็นไปได้อยู่สามอย่าง บางคนเลือกทำในสิ่งที่เค้าถนัด และบางคนกลับเลือกสิ่งที่เค้ารักเค้าชอบ แต่ยังมีคนอีกประเภท คนที่เลือกทำในสิ่งที่เค้า *อยากทำ* สำหรับสิ่งที่เค้าอยากทำเนี่ย ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่เค้ารักเสมอไป บางครั้งเค้าก็ทำไปเพราะเค้าอยาก มันเป็นสิ่งที่กระตุ้ผลักดันเค้าอยู่ข้างใน

คนที่เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด ก็มักจะทำในสิ่งนั้นๆได้ดีในระดับหนึ่ง เนื่องจากเค้าถนัด งานที่ออกมาก็มักจะละเอียด มักจะแสดงให้เห็นถึงความรอบคอบของเค้า และเค้าก็มักจะทำงานนั้นๆได้เร็วกว่าคนอื่น

ในทางกลับกันสำหรับคนที่ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก งานนั้นอาจจะออกมาไม่ดี หรืออยู่ในระดับปานกลางไปจนถึงระดับสูง แต่ไม่ว่างานจะออกมาอย่างไร เค้าก็จะเป็นคนที่มีความสุขเสมอ เพราะเค้าได้ทำในสิ่งที่เค้ารัก

ส่วนคนกลุ่มสุดท้าย บุคคลผู้อาภัพ วิ่งวนกัดหางแห่งตัณหาของตัวเอง เค้าอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเค้ารักในสิ่งที่เค้าเลือกทำแค่ไหน แต่ความรู้สึกของเค้ากระตุ้นให้เค้าทำ หลายๆครั้งเค้ารู้สึกว่าถ้าขาดมันไป ถ้าเค้าไม่ได้ทำมัน เค้าอาจจะทนหายใจในโลกใบนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ..

แน่นอน ชีวิตของใครเป็นการตัดสินใจของคนๆนั้น ทางเลือกที่สำคัญของชีวิต จะใช้หัวใจ หรือใช้สมองตัดสินก็ตาม สำคัญอย่าตัดสินใจอย่างเสียสติ และถ้าเลือกทำสิ่งใดแล้ว สำคัญคือต้องตั้งใจทำมันให้ดีที่สุด เพราะถ้าหากขาดความตั้งใจในงานใดๆแล้ว งานนั้นไม่อาจจะสำเร็จเสร็จสมบูรณ์ลงได้..

ว่าแต่คุณล่ะ คุณจะเลือกทางไหน?

Tuesday, May 17, 2005

กันลืม

แอบรู้มาว่ายังมีคนแว๊บๆเข้ามาอยู่บ้าง
หลายๆคน เราไม่ได้เจอหลายปีแล้ว
บางคนก็พึ่งเจอกันเมื่อวาน
สำหรับเพื่อนที่เข้ามา ไม่ว่าจะเพราะกดผิด
หรือถูกลมอะไรบางอย่างหอบเข้ามา
เราขอนำเสนอรูปให้ดูไว้ไม่ลืมหน้ากันไปซะก่อน

รูปนี้ถ่ายเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา
นานๆทีจะได้ถ่ายรูปซะที
ขอบคุณพี่เม้งพี่รหัส เพื่อนร่วมทริปเวียนนา
ผู้บันทึกภาพนี้ไว้ให้



เจอจนได้ vierblättriges Kleeblatt

วันนี้เจอแล้วเจ้าสี่ใบ!

vierblättriges Kleeblatt ก็คือ four-leaf clover นั่นเอง
ถ้าใครจะเคยอ่านนิยายฝรั่ง Kleeblatt หรือ clover คือต้นไม้ประเภท
ที่มีสามใบ แต่! จะมีบางต้นที่มีสี่ใบ และถ้าใครเจอ นั่นคือคุณต้องเป็นคน
ที่โชคดีมากๆ
เชื่อไม๊ วันนี้เราเจอมันมากกว่าหนึ่งใบ!
ขากลับ คุณป้าเห็นเราประคองใบไม้ในมือ คุณป้าสงสัยจะเข้ามาดู
คุณป้าแปลกใจมากที่เห็นเราเจอมัน (แอบถามเราใหญ่)

ตอนนี้พวกมันถูกทับอยู่ในหนังสือเล่มโต รอวันที่จะแห้งแต่คงสภาพ
มันคงจะพร้อมเป็น โชคดีสำเร็จรูป สำหรับที่เราจะให้กับคนๆนั้น


แปลกใจที่เจอมัน
เหงาใจเหมือนทุกวัน
ไม่อยากจะคิดว่าเธอไม่คิดถึงกัน
เมื่อไหร่นะ ใจเราจะได้รับแบ่งปัน


เอาเถอะ ยังไงก็ Viel Glück! เน้อ

อย่ารักใครเพราะ

อย่ารักใครเพราะหัวใจเราเหงา
อย่าเอาเค้ามาผูกพันธ์ในวันเศร้า
จงเงยหน้าสู้กับมันด้วยตัวของเรา
และกลับไปหาเขาในวันที่เราแข็งแรง

อย่าหลงใครเพราะหัวใจเราอ่อนแอ
อย่ายอมแพ้ความอ่อนแอของใจเรา
แม้ต้องเหงาเราก็ต้องสู้ต่อไป
ซักวันใจของเราจะชนะมัน..

Friday, May 13, 2005

หยุดไปเที่ยวเวียนนา

ออกเดินทางวันนี้ ห้าทุ่มสี่สิบสี่ ณ สถานนีหัวลำโพงมิวนิค
กลับมาอีกที หกโมงเช้าวันจันทร์
ระหว่างนั้นคาดว่าคงไม่ได้อั๊บ blog
ไม่ต้องสงสัย ยังไม่ตาย
เวียนนายังไม่เคยมีข่าวผู้ก่อการร้ายวางระเบิด

กรูรู้เมิงต้องพูดว่า "ไอ้บอมบ์ มึงจะไปวางระเบิดเหรอวะ"
ไม่ต้องห่วง ไปค้างคืนแบบนี้ กรูวางแน่ ช่วงนี้คล่องด้วย

จะบอกทำไมวะเนี่ย
ยังมีคนอ่านอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้

ไปจัดกระเป๋าต่อแล้วนะครับ

บอมบ์ร๊ากกทู้กกกโคนนน
(นายกฯแม่งพูดได้ไงวะ ไม่กระดากปากเลยรึไง ทุเรศสิ้นดี กรูยังอายเลย)

ตึงไปก็ขาด หย่อนไปก็ยาน

เวลาเห็นรุ่นน้องคนไหนเฉื่อยๆ เราก็มักจะเตือนให้ขันแข็งขึ้นมาบ้าง
แต่รุ่นน้องบางคนที่ hyper active มากๆเนี่ย เราก็เตือนให้รู้จักเบาๆบ้าง

โดยใจเราแล้วเนี่ย เราไม่ได้จะบอกให้เค้าเร่งหรือเบาหรอก
แต่อยากให้รู้จักกับจุดที่เหมาะสม ให้มองไปตามจังหวะของชีวิต

เวลาเราดื่มน้ำ ถ้าดื่มมากไปก็จุก ดื่มน้อยไปก็กระหาย
และถ้าเราดื่มเร็วเกินก็อาจจะสำลัก ดื่มช้าไปเพื่อนเค้ากลับบ้านกันหมดแล้ว

จะทำตามคนอื่น ก็หาว่าเลียนแบบ
แต่จะให้เน้นเอาแต่แตกต่างเพียงอย่างเดียว มันก็เกินไป
จะใช้ชีวิตเนี่ย ต้องรู้จักความเหมาะสม มีคำที่มีความหมายตรงกับเรื่องนี้อยู่หลายคำ
เช่น กาลเทศะ พอดี จังหวะ หรือ ทางสายกลาง
นี่แหละ มชฺฌิมา ปฏิปทา


ตึงไปก็ขาด หย่อนไปก็ยาน

Thursday, May 12, 2005

อีกแล้ว เมื่อไหร่จะหายนะ

แอบดีใจอีกแล้วที่เห็นคนอื่นด้อยกว่า
ทุเรศตัวเอง!
เห็นคนด้วยกว่าแล้วต้องช่วยเหลือเค้า
หรือจะทำอะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่การเอาเค้ามาเป็นฐาน
แน่จริงทำไมไม่เอาตัวเองไปเปรียบกับคนที่เหนือกว่าล่ะไอ้บ้า

เราเป็นเรานั่นดีที่สุดแล้ว
ไม่ต้องเหนือกว่าใคร
ไม่ต้องไปแข่งกับใครหรอก
แข่งกับตัวเองเถอะ..

คนที่เอาชนะคนอื่นได้ เค้าเรียกว่าแข็งแรง
แต่คนที่เอาชนะตัวเองได้ เรียกว่าแข็งแกร่ง!


Wednesday, May 11, 2005

ใดๆล้วนอนิจจัง

ใดใดในโลกล้วน อนิจจัง
ทำชั่วดีกลับยัง ดีให้
ทำดีไยไป่มั่ง ดีดั่ง
อนิจจัง จำจดไว้     แจ่มแจ้ง ความจริง

ใดๆล้วนร่วมกัน

ใดๆล้วนแต่งตั้งเสริมสัณห์
แดงเหลืองเขียวรวมกัน    แต่งแต้ม
ชั่วดีเลวประสานปะดั่ง ใจคน
นี้นู่นนั่นต่างแกล้มสิ่งนั้น ชั่วกัลป์

ผิดถูก

ผิดถูกคนแต่งขึ้น บอกเล่า
เปรียบดั่งลมปากเป่า     ปลูกปั้น
ทำผิดชั่วบอกเขา ทำถูก ของเขา
มันอยู่เพียงเรานั้น มองกัน เช่นไร

ลบร่องรอยรัก

ลมรักหลงเร่งเร้า รุนแรง
หลงลมร้อนรักแล้ง ปวดร้าว
ร้าวร่างรักขาดแล่ง    เราเร่ง
ลบร่องรักละเร้า ล้างรั้ง รักเรา

โคลงนี้เพื่อเธอ

โคลง สามสี่บทนี้เพื่อเธอ
นี้ ในนั้นใจเผลอก่อไว้
เพื่อ มอบให้เสมอ    เฉกเช่น เป็นมา
เธอ ค่าสูงสุดฟ้าเราได้ เพียงแค่ ผูกโคลง

เราต้องห้ามใจ

เรา รู้ตัวเองดีเช่นไร
ต้อง หยุดยั้งใจไว้ต่อต้าน
ห้าม มันอย่าปล่อยไกล    เฉกเช่น ตอนนี้
ใจ ก่อกี้ทำการต่อต้าน ความจริง

ใจเธอยากหยั่ง

ใจ ของใครใคร่ซ่อนสุดลึก
เธอ ใส่ไว้สุดนึกถึงได้
ยาก ยิ่งอย่าแม้ค้น    มีไป่วันเจอ
หยั่ง ทะเลยังสั้น กว่าแจ้ง ใจเธอ

กินข้าวมันไก่

กิน ข้าวกันที่นี่นะครับ
ข้าว มันคั่วพร้อมกับเพรียบพร้อม
มัน จากไก่หุงเสร็จสรรรพ    รับทาน
ไก่ กินได้ช้อนส้อมสี่ที่พร้อมกัน

Tuesday, May 10, 2005

ภยัญชนะเสียงต่ำ+สูง

ยอมรับว่ามีลืมไปบ้าง เรียกได้ว่าไม่แม่นล่ะ
ขอจดไว้จำให้คล่อง สำคัญมาก สำหรับโคลงสุภาพ

นอ
หน่อเอก
น่อ หน้อ    โท
น้อ
หนอ

อีกซักตัวอย่าง

ซา
ส่าเอก
ซ่า ส้า    โท
ซ้า
สา

ทำใจเสียเถิด

ทำ สิ่งใดย่อมได้ง่ายดาย
ใจ หยั่งถึงทุกข์เห็นได้แน่แท้
เสีย ใจไป่เกินแก้หาย    ง่ายดาย เช่นนั้น
เถิด ตัวเราหยุดยอมแพ้แน่แท้ ดีเอง

รั้ง

อันความรักที่ซ่อนเร้นอย่างมิดชิด
ใช่จะปิดความรู้สึกรับรู้ได้
ถึงจะหยุดออกแรงยั้งรั้งเพียงใด
ใช่หัวใจยอมให้หยุดฉุดยื้อมัน

แม้เพียงคิดปวดร้าวไปเช่นนั้น
จงลืมมันเสียเถอะเพื่อเธอเอง

กินเหล้าอย่าให้เสียงาน

เมื่อกินเหล้าเมาสุราเวลาค่ำ
เช้าต้องทำงานดีให้มีผล
อย่าให้ใครตำหนิติเตียนตน
ว่าเป็น "คนขี้เหล้า" เมาแล้วเลว

                          อ.ก.รุ่งแสง

Monday, May 09, 2005

My Perfect Partner


ตะแหน่งงงง ขอแนะนำ คู่ที่สมบูรณ์ของคุณ Nokia 6150


Everything you need (ทุกสิ่งที่คุณต้องการ):
  • Small and light (เล็กกว่าไม้ทุบพริกนิดนึง)
  • Smart messaging (SMSes ยี่สิบอัน ไม่มี T9 ไม่มี automatic case detection)
  • Personal assistant functions (ไม่เคยได้ใช้เลย)
  • Built-in infrared link (แต่เค้าไป Bluetooth กันหมดแล้ว)

มือถือใคร ใครก็รัก เราแถมฟีเจอร์พิเศษระบบประหยัดไฟด้วยการปิดหน้าจออัตโนมัติ และสามารถเปิดหน้าจออีกครั้งด้วยการกดที่จอแรงๆสองสามที

สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ

สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ
การให้ธรรมเหนือกว่าทานใดๆ

คิดว่านี่จะเป็นโครงการใหญ่ของเรา จะลองเทสต์เลือกๆอ่านดูก่อน ไม่มีสิ่งใดเหมาะสำหรับแก้ปัญหาได้ดีกว่าปัญญาอีกแล้ว
ลองตามไปดูนะครับ พระไตรปิฎก ออน์ไลน์

Sunday, May 08, 2005

ความข้างใน

อ่านแล้วเงียบไว้นะ

หลายวันมานี้ เราได้โอกาสมาทบทวนความข้างใน
เรารู้แล้วล่ะ ว่าความรู้สึกในใจเรามันเกินเลยไปกว่าที่มันถูกคาดหวังจะให้เป็น มันเกินเลยไปหลายขั้น มันเกินไปกว่าความเป็นพี่น้อง และมากไปกว่านั้น เรารู้ว่ามันเกินไปกว่าการแอบชอบ

เรารู้ว่าเราต้องหยุดมัน แต่ความในใจมันล้ำลึกเหลือเกิน มีความสุขทุกครั้งที่ได้เจอเค้า แต่ปวดร้าวทุกครั้งที่คิดถึงความเป็นจริง มันเป็นไปไม่ได้ เรารู้เราเข้าใจ แต่ยังหลีกเลี่ยงความทรมานอันนี้ไปไม่ได้ ทำไมนะ... ทำไมหัวใจ ต้องหนีไปซุกซนอีกแล้ว

แล้วรู้ไม๊ ทำไมเราถึงไม่พูดออกไป ทำไมเราถึงเก็บไว้ในใจอยู่คนเดียวมาตลอด จะว่าเราไม่กล้าบอกกับเค้า คงไม่ใช่หรอก แต่เพราะเรารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้
เราเลือกที่จะแอบสุขใจยิ้มเงียบๆจากมุมมืดของห้องอยู่คนเดียวยามที่ได้คิดถึงเค้า
เราดีใจที่เราได้แอบฝันไปคนเดียวเวลาที่เจอเค้า
เรารู้ ถ้าเราบอกเค้าไป เวลาที่เหลือของเราที่เหลืออยู่เพียงน้อย จะไม่เหลือเลย
เราขอเลือกอยู่กับส่วนน้อยนั่นก็เพียงพอแล้ว

รักที่ต้องเก็บไว้ข้างใน มันปวดร้าวเช่นนี้นี่เอง



สัญญาแล้วนะว่าอ่านแล้วต้องเงียบ

Saturday, May 07, 2005

สุภาพบุรุษ




หลังจากอ่าน พ.๒๗ จบก็ตามหาอ่านประวัติของคุณ อ.ก. รุ่งแสงต่อในอินเธอร์เน็ท
อ่านไปอ่านมา ก็.. งงตัวเอง จะอ่านอีกทำไม เพราะเราพึ่งอ่านชีวประวัติ
เล่มใหญ่ชนิดอัดแน่นเหมือนรถไฟยามชั่วโมงเร่งรีบ ก็เลยตามลิงก์ไปอ่าน
ชีวประวัติเพื่อนๆนักเขียนของเค้าในกลุ่ม สุภาพบุรุษ
ในกลุ่มสุภาพบุรุษ ต้องยอมรับว่าเรารู้จักนักเขียนไม่ครบทุกท่าน ที่เห็นว่าจะพอ
คุ้นหูคุ้นตาเคยติดตามผลงานมากที่สุดก็น่าจะเป็น คุณยาขอบ กับคุณกุหลาบ
แล้วเราก็ไปเจออีกรอบ ประโยคของคุณกุหลายที่เคยเข้าไปบีบหัวใจเรามาครั้งนึง
มาแล้วจากเรื่องสั้น เล่นกับไฟ ที่หนนั้นใช้นามเขียนว่า ศรีบูรพา
ซึ่งสมัยนั้นคุณกุหลาบเองก็อายุเพียงยี่สิบต้นๆเท่ากันเราสมัยนี้ แต่ได้
แสดงถึงแผนการดำเนินชีวิตแบบสุภาพบุรุษได้ชัดเจนในประโยคแค่เพียงประโยคเดียว..

ผู้ใดเกิดมาเป็นสุภาพบุรุษ ผู้นั้นเกิดมาสำหรับคนอื่น

บทกวีอมตะ อ.ก.รุ่งแสง

เมื่อวานใช้ชีวิตมากกว่าค่อนวันอยู่บนเตียง นั่งนอนกลิ้งไปกลิ้งมากับหนังสือเล่มหนึ่งที่หอบหิ้วมาแต่เมืองไทย ชื่อหน้าปก พ.๒๗ สายลับพระปกเกล้า ของ อ.ก.รุ่งแสง (พโยม โรจนวิภาต) ใครที่ชอบอ่านหนังสือชีวประวัติ หรือหนังสือประวัติศาสตร์ยุคประชาธิปไตยวุ่นวาย สมควรอย่างยิ่งที่จะมีไว้ครอบครองในหัวสมอง

คุณ พ.๒๗ เป็นหนึ่งในนักเขียนยุคเดียวกับคุณศรีบูรพา คุณยาขอบ หรือแม้กระทั่งเป็นเพื่อนคนสนิทและจนมาเดี่ยวดองเป็นญาติกับคุณ สอ เสถบุตร

คุณ อ.ก.รุ่งแสงเป็นนักเขียน นักหนังสือพืมพ์ และนักบทนักกลอนตัวยงคนนึง อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ได้พบโคลงหลายๆโคลงที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก และหลายๆโคลงยังเป็นเนื้อความทางประวัติศาสตร์ชั้นเลิศ เราขออนุญาตลอกกลอนจากปกด้านในหนึ่งบท ซึ่งเป็นบทอมตะของเค้าไว้ที่นี่ด้วย

เกิดเป็นคนต้องทนให้คนด่า
ถึงทำดีทำบ้าถูกด่าหมด
ทำตรงๆเขาก็ด่าว่าไม่คด
ทำเลี้ยวลดเขาก็ด่าว่าไม่ตรง


Thursday, May 05, 2005

ทำไมเบียร์ถึงดีกว่าผู้หญิง

ตั้งใจไว้ว่าจะทำ ทำซะวันนี้เลยละกัน
มาแปลเหตุผลว่าทำไมเบียร์ถึงดีกว่าผู้หญิง
แถมช่วงนี้มีแต่เขียนเรื่องเครียด ขอเบาๆ
อารมณ์ของ blog ด้วยอะไรเบาๆบ้าง

  1. เราสนุกกับเบียร์ได้ทั้งเดือน
  2. เลอะเบียร์ล้างออก
  3. ไม่ต้องเตรียมการต้อนรับเบียร์
  4. เบียร์รอเราเสมอถ้าเราไปเล่นบอล
  5. ถ้าเบียร์เริ่มไม่อร่อย เราทิ้งมันได้
  6. เบียร์ไม่เคยมาสาย
  7. เบียร์ไม่เคยอิจฉาถ้าเราดื่มเบียร์ยี่ห้ออื่น
  8. ปวดหัวเพราะเบียร์เดี๋ยวเดียวก็หาย
  9. เบียร์ไม่ตบตีกัน
  10. ในบาร์ เรามั่นใจได้ว่าเราจะได้เบียร์
  11. เบียร์ไม่เคยทำให้ปวดหัว
  12. เบียร์หมดแล้ว ขวดยังเอาไปขายได้
  13. เบียร์ไม่เคยว่า ถ้ากลับบ้านพร้อมกับกลิ่นเบียร์อื่น
  14. ถ้าเทเบียร์ดี หัวเบียร์จะสวย
  15. เบียร์ยอมลงไปข้างล่างง่ายๆ
  16. เราดื่มเบียร์ได้หลายๆยี่ห้อ โดยไม่รู้สึกผิด
  17. เราแชร์เบียร์กับเพื่อนเราได้
  18. เรามั่นใจได้เสมอว่าเราเป็นคนเปิดซิงเบียร์
  19. เบียร์เปียกเสมอ
  20. เบียร์ไม่เรียกร้อง
  21. ดื่มเบียร์ได้ที่สาธารณะ
  22. เบียร์ไม่สนใจว่าเราจะกลับบ้านเมื่อไหร่
  23. เบียร์เย็น(ชา)คือเบียร์ดี
  24. เร่ไม่ต้องล้างมันก็รสชาติดีเสมอ
  25. ไม่ต้องจ่ายค่าดูแลเบียร์เก่า ถ้าเรามีเบียร์ใหม่
  26. เบียร์ดีถูกกว่าผู้หญิง
  27. เบียร์ไม่เปลี่ยนรสชาติหลังจากเราเปิดมัน
  28. เบียร์ไม่ต้องเล้าโลม
  29. เบียร์ยังหน้าตาแบบเดิม หลังจากร้านเหล้าปิด
  30. ไม่ถูกจับ ถ้าดื่มเบียร์ในสนามกีฬา
  31. เบียร์ไม่รู้สึกผิด ไม่โทรหาแม่ ไม่ร้องไห้ฟูมฟาย
  32. เบียร์ไม่วางแผนให้เราไปมีเบียร์น้อย
  33. ถ้าจะเปลี่ยนเบียร์ ไม่ต้องจ้างทนาย
  34. เบียร์ไม่ต้องการเป็นเบียร์สุดท้าย
  35. เบียร์ไม่ทิ้งให้คุณนอนบนโซฟา ถ้าคุณไปมีเบียร์อื่นอีกหกเบียร์หลังจากไปปิกนิค
  36. เบียร์ไม่พูดอะไร ถ้าเราจะเอาปากเราไปสัมผัสเบียร์
  37. จัดการเบียร์ได้ในหนึ่งนาที เป็นอะไรที่น่าภูมิใจ
  38. เราดื่มเบียร์ได้ระหว่างพักเที่ยง
  39. เบียร์ไม่ชี้หน้าเรา หลังจากเราพูดเรื่องการให้เกียริตซึ่งกันและกัน
  40. เบียร์ไม่ว่าอะไร ถ้าคุณจะเอาเบียร์วางไว้ระหว่างหว่างขา

ขอบอกอีกรอบ อ่านเพื่อเอามันส์อย่างเดียว
ใครอ่านแล้วเอาไปทะเลาะกับเมีย ห้ามโยน
ใครอ่านแล้วไม่พอใจคนเขียน ให้ไปลงกับสามี

วันนี้เมาเบียร์แล้วเพี้ยนเลยมาแปลเล่นๆ
ถ้าอ่านแล้วไม่พอใจก็กลับบ้านไปดื่มเบียร์ซะ
แต่ถ้าอ่านแล้วชอบใจก็เปิดเบียร์มาฉลองหนึ่งขวด

อย่างว่า มีเบียร์ไม่ปวดหัวเหมือนมีเมีย


แปลจาก Why beer/motorcycle/cucumber is better than women or men

Wednesday, May 04, 2005

Cogito ergo sum

Cogito ergo sum.
มีใครเคยได้ยินบ้างกับประโยคนี้ คิดว่าคงน้อยคนที่จะรู้จัก

แต่ถ้าลองแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วถามกันใหม่เป้นประโยคนี้ เราว่าคงคุ้นหูกันดีอยู่
I think, therefore I am.


Cogito ergo sum. เป็นประโยคภาษาละตินของ R.Descartes
เข้าใจว่าแปลมาจากภาษาฝรั่งเศส (Je pense, donc, je suis.)


ประโยคนี้สำคัญอย่างไร? และต้องการจะบอกอะไร?
ประโยคสั้นๆประโยคเดียวนี้แสดงให้เห็นถึงระดับของปรัชญาตะวันตก
ที่อยู่ในระดับสูงไม่แพ้กับปรัชญาตะวันออกทีเดียว

Cogito ergo sum หรือ I think, therefore I am (and exist).
บอกว่าความคิดของเรานั้นถือเป็นส่วนนึงของเรา
อยู่ภายในตัวเรา และมีความสำคัญไม่น้อยกว่าร่างกายของเรา
ซึ่งแตกต่างกับปรัชญาตะวันตกทั่วๆไปที่เน้นถึงร่างกาย
และสิ่งที่จับต้องได้

นึกข้ามไปถึงกระบวนการรับรู้ของเรา โดยปกติสามัญ เราจะรับรู้สิ่งต่างๆโดยมีเราเป็นผู้สังเกต และสิ่งที่เรารับรู้ เป็นสิ่งที่ถูกสังเกต แยกออกจากกันโดยเด็ดขาด กระบวนการรับรู้แบบนี้ไม่สัมบูรณ์ในตัวของมันได้ หากไร้ซึ่งเรา ซึ่งเป็ผู้สังเกตุแล้ว สิ่งต่างๆ ก็มิได้เกิดขึ้น หรืออาจจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันไปเลย
เรามองไปถึงว่า กระบวนรับรู้นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เราเป็นเรา กระบวนการคิด ทำให้เราคงสภาพเป็นเราอยู่ได้

สิ่งต่างๆในโลก (หรือจะพูดว่าในจักรวาลก็ยังได้) ล้วนมีการเปลี่ยนแปลง มีปฏิกิริยาต่อกันอยู่ตลอดเวลา ทั้งในระดับที่เราสังเกตุได้ด้วยตาเปล่า และระบบการรับรู้สามัญ จนไปถึงปฏิสัมพันธ์ต่างๆของอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่าอะตอม

การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆนั้น ทำกันมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน และยิ่งสำคัญมากขึ้นไปเมื่อเราพบกว่า ในอนุภาพขนาดเล็ก หาได้มีรูปลักษณ์ที่ตายตัว แต่เป็นกระแสของความเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งขนาดเล็กๆหลายๆสิ่ง หรือแม้กระทั่งในระดับการรับรู้โดยสามัญ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆ ก็ยังไม่อาจถูกมองข้ามไปได้
ในระดับของปรัชญาเพื่อการใช้ชีวิตเราเองก็เคยได้ยินประโยคแสดงความสำคัญแบบ น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า กันมาไม่น้อย

เสือพีเพราะป่าปก
ป่ารกเพราะเสือยัง
ดินเย็นเพราะหญ้าบัง
หญ้ายังเพราะดินดี


สิ่งต่างๆเหล่านี้สำคัญ
ตัวกับความคิดจิตวิญญาณไม่อาจสมบูรณ์ได้หากอยู่แยกกัน
มนุษย์เองก็ไม่อาจคงอยู่ได้หากปราศจากธรรมชาติ
ธรรมชาติเองก็เป็นส่วนหนึ่งของโลก
และโลกเองก็อยู่ในระบบสุริยะจักรวาลที่ยังเป็นส่วนประกอบของสิ่งที่กว้างใหญ่ไพศาล


I have convinced myself that there is absolutely nothing in the world, no sky, no earth, no minds, no bodies.
Does it follow that I too do not exist?
No: if I convinced myself of something then I certainly existed. But there is a deceiver of supreme power and cunning who is deliberately and constantly deceiving me. In that case I too undoubtedly exist, if he is deceiving me ... the proposition, I am, I exist, is necessarily true whenever it is put forward by me or conceived in my mind.


เราพยายามบอกกับตัวเองว่า มันไม่มีสิ่งใดเลยในโลกนี้
ไม่มีผืนฟ้า ไม่มีแผ่นดิน ไม่มีจิตใจ และร่างกาย
จนกลับมาถึงคำถามที่ว่า แล้วเราเองล่ะ คงอยู่จริงหรือไม่
แน่นอน เราบอกกับตัวเองว่าเรามีตัวตนคงอยู่จริง
แต่มีมารกับอวิชชาคอยหลอกลวงเราให้สับสน
เอ๊ะ.. ถ้ามารนั้นมาลวงเราได้ เราก็ต้องคงอยู่จริงอย่างไม่ต้องสงสัย
ใช่แล้ว เราเป็น เราคงอยู่ ตราบเท่าที่เรายังคงสามารถคิดถึงความคงอยู่ของเราได้


เพราะเราคิด เราถึงยังคงอยู่
Cogito ergo sum.
I think, therefore I exist.




อ้างอิงจาก
[1] Cogito ergo sum; Wikipedia
[2]