$ man woman
man: cannot understand 'woman'.
What I miss of is Myself in the passed life.
เริ่มอ่านหนังสือเรื่องนี้เพราะอยากฝึกภาษาอังกฤษวันหนึ่งกับหมอกหนาผิดธรรมดาของช่วงกลางฤดูร้อน แฮรี่นั่งไม่เป็นสุขอยู่ในบ้านของดรวสลี่ส์แห่งไพเวทไดรว์ เค้ากำลังรอการมาเยือนของโพเฟสเซอร์ดัมเบิลดอร์ ครั้งสุดท้ายที่เค้าเจอครูใหญ่เป็นตอนที่สู้อยู่กับ ลอร์ดวัลเดมอร์ท แน่นอน สำหรับแฮรี่แล้วมันยากที่จะเชื่อว่าโพเฟสเซอร์ดัมเบิลดอร์จะมาหาเค้าถึงในบ้านของพวกดรวสลี่ส์
เหนือไปกว่านั้นคือ ทำไม! ทำไมโพเฟสเซอร์ถึงจะต้องมาหาเค้าที่นี่ในตอนนี้ แฮรี่จะกลับไปฮอร์กวอร์ทส์ในอีกไม่กี่อาทิตย์นี้แล้ว ทำไมโพเฟสเซอร์ถึงรอจนถึงตอนนั้นไม่ได้? ปีที่หกของแฮรี่ในฮอร์กวอร์ทส์เปิดฉากขึ้นแบบไม่ธรรมดาอีกแล้ว เมื่อโลกของปกติกับโลกเวทมนต์เริ่มรวมกันอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
...It is the middle of the summer, but there is an unusual mist pressing against the windowpanes. Harry Potter is waiting nervously in his bedroom at the Dursleys' house in Privet Drive for a visit from Professor Dumbledore himself. One of the last times he saw the Headmaster was in a fierce one-to-one duel with Lord Voldemort, and Harry can't quite believe that Professor Dumbledore will actually appear at the Dursleys' of all places.
Why is the Professor coming to visit him now? What is it that cannot wait until Harry returns to Hogwarts in a few weeks' time? Harry's sixth year at Hogwarts has already got off to an unusual start, as the worlds of Muggle and magic start to intertwine...
สำหรับผม สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออุปสรรคที่ท้าทายความสามารถ
หา่กชีวิตไร้อุปสรรค ผมคงมีชีวิตอยู่โดนไร้ความหมายไปวันๆ
ตากล้องที่เก่งที่สุด ไม่ได้ใช้กล้องที่ดีที่สุด แต่เป็นตากล้องที่ถ่ายทอดภาพและอารมณได้ดีที่สุด
ศิลปินที่เก่งที่สุด ไม่ได้ใช้สีหรือพู่กันยี่ห้อดีที่สุดแพงที่สุด แต่เป็นศิลปินที่ใช้พู่กันและสีของเค้าได้ดีที่สุด
นักคอมพิวเตอร์ที่เก่งที่สุด ไม่ใช่คนที่มีคอมพิวเตอร์เร็วที่สุด แต่เป็นคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ของเค้าได้สมประสิทธิภาพที่สุด
วันนี้ไปร้านขายอุปกรณ์วาดเขียนมาอีกแล้ว ได้พู่กันมาสองอัน ผ้าใบหนึ่งผืน กับสมุดสำหรับสเก้ตอีกสองเล่ม ระหว่างที่เดินๆดูในร้านเพราะความว่าง เราก็ไปเจอสีไม้น้ำ หรือจะเรียกสีน้ำไม้ก็คงไม่ผิด (Water Colour Pencils) เป็นสีของ Faber-Castell อยู่ในกล่องเหล็กดูมีชาติตระกูลมาก เป็นแบบ 36 สี High-Pigment (สีเข้มข้น) ลองระบายๆดูแล้วให้สีสดและละลายน้ำได้ง่ายหมดจรดมาก เสียแต่ว่าราคากล่องละ 75 euro ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณเกือบๆสี่พันบาท เฮ้อ.. เรายังใช้แบบกล่องกระดาษเล็กๆ 24 สีราคาสามสี่ร้อยอยู่เลย แต่ก็เอาเถอะ ราคาขนาดนี้ ไม่ไหวเหมือนกัน.. อย่างที่เค้าว่าล่ะนะ
ถ้าไม่มีสิ่งที่รัก ก็จงรักและทำความรู้จักสิ่งที่มี
เป็นการง่ายยิ้มได้เมื่อชีพสุข
ชีวิตที่สมบูรณ์พร้อม มีงานดี เงินดี มีบ้านหลังใหญ่พร้อมสวนหน้าบ้าน มีรถยุโรป มีหมาอีกสามสี่ห้าตัว กับอีกชีวิตนึง งานที่ไม่แน่นอน เช่าห้องพักเล็กๆพร้อมระเบียงขนาดพอแมวครึ่งตัวดิ้นตาย และต้องนั่งรถเมล์ไปทำงานทุกวัน แต่มีคนที่จะอยู่เคียงข้างคุณไปตลอด
เป็นตัวเลือกที่ยากไม่น้อยเลย ชีวิตคนเราทำอะไรไม่ได้ทุกอย่าง ถ้าทำอย่างนึง แน่นอนว่าต้องทิ้งอะไรไปบ้างอย่าง ถ้าจะเดินไปข้างหน้า นั่นหมายความว่าเราจะต้องทิ้งสิ้นทางอีกส่วนไว้ข้างหลัง
เอ๊ะ แล้วมันเกี่ยวกันยังไง เราเห็นเพื่อนบางคนทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง เพื่อที่จะมีงานดีๆ เงินเยอะๆไว้ซื้อบ้านหลังใหญ่ เพื่อที่จะไปคุยกับเพื่อนเรื่องรถคันใหม่ ส่วนเพื่อนอีกคนนึง ยังนั่งรถเมล์ไปทำงาน แต่เป็นคนอารมณ์ดีมีเสน่ห์และมีเวลาว่างไปไหนมาไหน มีเวลาว่างคุยกับเพื่อนเสมอๆ
ชีวิตไม่มีทางลัด ไม่มีสูตรสำเร็จ และไม่มีตัวเลือกไหนถูกผิด เราต้องหาตรงกลาง หาจุดที่เหมาะสม..ถ้าจะต้องเลือก เราเลือกที่จะมีงานในตำแหน่งปกติ เงินเดือนธรรมดา เชื่อห้องกว้างหน่อย รถญี่ปุ่นมือสองซักคัน กับใครซักคนที่พร้อมจะรักเราด้วยชีวิตทั้งหมดของเค้า.. แค่นี้คงไม่ขอมากไปนะ